กกต.พิจิตร แจงคลิปจับซื้อเสียง รับเกิดขึ้นในพื้นที่จริง แต่ปี 66
19 ม.ค. 2569
กกต.พิจิตร แจงคลิปจับซื้อเสียงหัวคะแนนพรรคใหญ่ รับเกิดขึ้นในพื้นที่จริง แต่เป็นของเก่าปี 66 พร้อมเผยผลสอบสวน ส่วนสถานการณ์ซื้อเสียงปัจจุบันยังเป็นศูนย์
ข่าว
19 ม.ค. 2569
กกต.พิจิตร แจงคลิปจับซื้อเสียงหัวคะแนนพรรคใหญ่ รับเกิดขึ้นในพื้นที่จริง แต่เป็นของเก่าปี 66 พร้อมเผยผลสอบสวน ส่วนสถานการณ์ซื้อเสียงปัจจุบันยังเป็นศูนย์
19 มกราคม 2569 นายอมร รัชตังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดพิจิตร (ผอ.กกต.พิจิตร) ชี้แจงกรณีที่มีการเผยแพร่ คลิปจับกุมซื้อเสียงในพื้นที่ จ.พิจิตร จากหัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ ตัวเต็งตั้งรัฐบาล
จากตรวจสอบของเนชั่นทีวี ได้รับการยืนยันว่า คลิปดังกล่าวเป็นคลิปที่มีการนำมาร้องเรียนต่อ กกต.จริง แต่เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 66 ซึ่งในส่วนของคดี กกต.พิจิตร ได้ทำการสอบสวน และส่งเรื่องไปยัง กกต.ชุดใหญ่ ตามขั้นตอน และได้คำสั่งยกคำร้องกรณีดังกล่าวไปแล้ว จึงถือว่าไม่มีผลต่อเนื่องทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กกต.พิจิตร ได้แจ้งไปยังผู้ร้อง และผู้ถูกร้องให้รับทราบแล้ว
อ่านเพิ่มเติม>> ด่วน! จับหัวคะแนนพรรคใหญ่ ซื้อเสียงพิจิตร กกต.รวบคาบ้าน (มีคลิป)
ผอ.กกต.พิจิตร เปิดเผยว่า คลิปดังกล่าวจากการสอบสวนผู้ถูกร้อง และพยานแวดล้อม ยืนยันว่า ไม่ใช่หัวคะแนนพรรคการเมืองใหญ่ ตามที่กล่าวอ้างในคลิป และคนที่จับกุมก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กกต.พิจิตร แต่อย่างใด ส่วนสาเหตุที่ผู้ถูกร้อง ต้องรับสารภาพเช่นนั้น เพราะถูกข่มขู่ มีลักษณะการบังคับใช้กำลัง ทำให้เกิดความหวาดกลัว รวมถึงมีการพูดชี้นำ จึงต้องยอมรับสารภาพไปตามคลิป กระทั่งมีผลสอบสวน จนมีมติยกคำร้องตามมา
ส่วนผู้ที่นำเรื่องดังกล่าวมาร้อง กกต.นั้น ไม่ใช่คนที่จับกุมหัวคะแนนตามคลิป แต่เป็นผู้ที่เห็นคลิปดังกล่าวมาจากโซเชียล เมื่อมีการนำมาร้องต่อ กกต. ทาง กกต.ก็มีหน้าที่ตรวจสอบสอบสวน และส่งเรื่องต่อไปยัง กกต.ชุดใหญ่ จนมีคำสั่งยกคำร้อง ส่วนจะเข้าข่ายการร้องเท็จหรือไม่นั้น กกต.ทำได้เพียงตรวจสอบสอบสวนข้อเท็จจริงตามอำนาจ และเอาผิดกรณีที่ทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเท่านั้น แต่ไม่สามารถตั้งข้อหา เอาผิดผู้ที่ร้องฐานแจ้งความเท็จได้
นายอมร ระบุว่า ส่วนการเลือกตั้ง 2569 ในพื้นที่ จ.พิจิตร ขณะนี้ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พรรคการเมืองต่างๆ ทั้งใหญ่และเล็ก ยังคงแข่งขันกันในกรอบของกฎหมาย ยังไม่มีการร้องเรียนเรื่องการทุจริตการเลือกตั้ง หรือการซื้อเสียง แต่อาจจะมีบ้างในเรื่องการทำลายป้ายหาเสียง แต่ก็เป็นในพื้นที่ชุมชนชั้นใน ไม่ใช่จุดหาเสียงหลักๆ ซึ่งทางตำรวจได้มีการรับแจ้งความ และดำเนินการตามกฎหมายไปแล้ว
