“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่ ลุยเวทีเขต 2 หนุน “ศาสตรา” ลั่นขอทวงคืนโอกาส 30 ปี
19 ม.ค. 2569
“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่ ลุยเวทีเขต 2 หนุน “ศาสตรา” ลั่นถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันวงแหวน–รางคู่–แก้น้ำท่วม ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ช่วยน้ำท่วมครั้งละแสนบาท
ข่าว
19 ม.ค. 2569
“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่ ลุยเวทีเขต 2 หนุน “ศาสตรา” ลั่นถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันวงแหวน–รางคู่–แก้น้ำท่วม ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้ ช่วยน้ำท่วมครั้งละแสนบาท
19 มกราคม 2569 ที่ จ.สงขลา มีรายงานว่า ช่วงค่ำวานนี้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ในฐานะแม่ทัพภาคใต้ ลงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 พรรคภูมิใจไทย เป็นเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนกว่า 1,200 คน รวมแล้วกว่า 10,000 คน สะท้อนการสู้ศึกเลือกตั้งที่เข้มข้น และการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ของพรรคภูมิใจไทย เพื่อนำไปสู่การจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง
นายพิพัฒน์ ระบุว่า ตนเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตถือเป็นศูนย์กลางการค้าการท่องเที่ยวของภาคใต้ ผู้คนจากทุกพื้นที่และประเทศเพื่อนบ้าน เดินทางมาจับจ่ายใช้สอย แต่ตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาอย่างเป็นระบบ จนถึงวันนี้ถือว่า “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้ถอยหลัง
นายพิพัฒน์ ระบุว่า หาดใหญ่มีศักยภาพครบถ้วน ทั้งระบบถนน รถไฟ และการบิน เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ เชื่อมโยงไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ แต่กลับเผชิญปัญหาการจราจรติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ ถูกคิดตั้งแต่ปี 2542 รวมระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับงบประมาณก่อสร้างจริงเพียง 7 กิโลเมตรเท่านั้น
“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จในยุคที่พวกเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์ กล่าว
ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ ชี้ว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่อาจพึ่งพาเพียงถนนอย่างเดียว โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งปัจจุบันจากกรุงเทพฯ มาหยุดเพียงจังหวัดชุมพร ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือก ด้านการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบาย ผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถด้านเศรษฐกิจและลดต้นทุนการเดินทาง
พร้อมกันนี้ นายพิพัฒน์ ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในหาดใหญ่ และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้หารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วย ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหา ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้คอขวดจราจร และการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ
ด้าน ศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 กล่าวเสริมถึงการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาการแก้ปัญหาน้ำท่วม ร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าการเยียวยาครัวเรือน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” ลดภาระความเดือดร้อนของประชาชนในยามวิกฤต
การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญของชาวหาดใหญ่ และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจพื้นที่ กล้าตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้จริง พร้อมยืนยันว่า จะปักหลักทำงานในพื้นที่หาดใหญ่ อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อม “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้อย่างแท้จริง
