กกร.- เพื่อนไม่ทน จัดเสวนา จี้พรรคการเมืองแก้สแกมเมอร์-ทุนเทา
14 ม.ค. 2569
วงเสวนา "Zero Corruption: กกร.และเพื่อน ไม่ทน" จัดเวทีเสวนา จี้ทุกพรรคการเมือง และรัฐบาลชุดใหม่ เร่งแก้สแกมเมอร์-ทุนเทา บ่อนทำลาย ประเทศเสี่ยงพังทั้งระบบ
ข่าว
14 ม.ค. 2569
วงเสวนา "Zero Corruption: กกร.และเพื่อน ไม่ทน" จัดเวทีเสวนา จี้ทุกพรรคการเมือง และรัฐบาลชุดใหม่ เร่งแก้สแกมเมอร์-ทุนเทา บ่อนทำลาย ประเทศเสี่ยงพังทั้งระบบ
14 มกราคม 2569 คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน จัดงานเสวนา "Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน" "หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี" เพื่อนำเสนอวิสัยทัศน์ นโยบาย แนวทางการแก้ปัญหาสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี ของพรรคการเมืองต่างๆ โดยมีผู้แทนจากพรรคการเมืองเข้าร่วมงาน ได้แก่ นายจักรภพ เพ็ญแข พรรคเพื่อไทย , นายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน , ร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง พรรคประชาธิปัตย์, นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ พรรคภูมิใจไทย และนายปริเยศ อังกูรกิตติ พรรคไทยสร้างไทย
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดเวทีเสวนา Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน "หยุดสแกมเมอร์ ทุนเทา และนอมินี" ว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับสงครามเศรษฐกิจยุคใหม่ ที่ต้องสู้กับอาชญากรไซเบอร์ และทุนเทา โดยในปี 2568 ประเทศไทยมีมูลค่าความเสียหายที่ประชาชนถูกหลอกลวงกว่า 25,000 ล้านบาท จากคดีหลอกลวงออนไลน์ที่มีมากกว่า 323,000 คดี ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่มาก
ดังนั้น คณะทำงาน Zero Corruption: กกร. และเพื่อน ไม่ทน จึงใช้เวทีนี้ส่งเสียงถึงพรรคการเมืองทุกพรรค เพราะเป็นโจทย์เร่งด่วนที่รัฐบาลหลังการเลือกตั้งต้องมีคำตอบที่ชัดเจน โดยไม่ใช่แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่ต้องปฏิรูปเชิงโครงสร้าง จึงหวังว่าวิสัยทัศน์ ข้อเสนอต่างๆ จะเป็นนโยบายของรัฐบาลใหม่ เพื่อให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวงจรทุนสีเทา ที่สำคัญหากเราไม่หยุดปัญหาทุนเทา และนอมินีตั้งแต่ตอนนี้ เครือข่ายเหล่านี้จะเข้ามายึดรัฐผ่านการจ่ายสินบนให้เจ้าหน้าที่ระดับสูง และนักการเมือง จนส่งผลให้โครงสร้างประเทศพังทลายไปในที่สุด
ร้อยตำรวจเอก พงศกร ขวัญเมือง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากนักการเมืองเกี่ยวข้องกับทุนเทา มีต้นทุนด้วยการซื้อเสียงเข้ามา ก็จะต้องถอนทุนโดยร่วมมือกับข้าราชการ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงกับประชาชน เพราะเงินเหล่านั้นก็คือเงินภาษีของประชาชน ดังนั้น ประชาชนจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการแก้ปัญหา หากประชาชนไม่ร่วมมือ ไม่ให้การสนับสนุน เลือกพรรคการเมืองที่ไม่ใช้ต้นทุนซื้อเสียงมาตั้งรัฐบาล ก็จะได้รัฐบาลที่โปร่งใส สุจริต และสามารถแก้ปัญหาเหล่านี้ได้จริง
ขณะที่นายปริเยศ อังกูรกิตติ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า จุดยืนของพรรคไทยสร้างไทยคือ ต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งเป็นจุดยืนอย่างชัดเจนที่พรรคประกาศมาตลอด ซึ่งมองว่าปัญหาทุนเทาแทรกซึมอยู่ในหลายวงการ ทุกวันนี้ได้เห็นนักการเมืองบางคน ยอมอ่อนข้อต่ออำนาจทุนเทา ถึงอยากตั้งข้อสังเกตว่า หากคุณเป็น สส. คุณพร้อมเดินตามต้อยๆ ไปกับรัฐมนตรีที่เข้าข่ายเป็นสแกมเมอร์จริงๆ หรือ ต้องถามถึงศักดิ์ศรีของตัวเอง โดยหากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล จะนำเรื่องนี้ยกเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ยอมให้ทุนเทากลืนกินการเมืองไทยอีก และจะจัดการแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดถึงที่สุด
ด้านนายรังสิมันต์ โรม พรรคประชาชน กล่าวว่า ทุกฝ่ายที่อยู่ในกลุ่มสีเทาล้วนได้ประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง หรือไม่ใช่นักการเมือง การแก้ปัญหาจึงต้องทำลายโครงสร้างเครือข่ายอาชญากรรม หากเป็นผู้มีอำนาจรัฐต้องใช้กลไกพิเศษในการดำเนินคดี สิ่งสำคัญคือต้องทำลายแรงจูงใจ ไม่ให้คนอยากเข้าไปเป็นเครือข่ายทุนเทา
ทั้งนี้เวทีเสวนา เห็นตรงกันว่า ในความเป็นจริงเทามีอยู่ทุกที่ ทุกพรรคการเมืองมีทั้งคนดีและไม่ดี ยกตัวอย่าง กรณีพรรคประชาชน ที่ปรากฏเป็นข่าวชัดเจนก่อนหน้านี้ ซึ่งไม่ได้โทษพรรคประชาชน แต่หากพบว่ามีบุคคลที่มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย หรือทุนเทา แล้วมีความผิดชัดเจน ก็ต้องมีมาตรฐานดำเนินการที่สูงกว่าสังคมทั่วไป
ด้าน นางสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านการเงิน เปิดเผยว่า ปัญหาแก๊งสแกมเมอร์คือ "อาชญากรรมข้ามชาติ" และเป็นปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่รุนแรง (ภาวะเยี่ยงทาสสมัยใหม่) โดยได้เสนอประเด็นสำคัญ 3 ประการต่อรัฐบาลใหม่ ได้แก่
ความร่วมมือระหว่างประเทศ: ต้องทำงานร่วมกับองค์กรสากลอย่างเป็นรูปธรรม
การปฏิรูปองค์กรอิสระ: โดยเฉพาะ ปปช. ที่ปัจจุบันมีข้อกล่าวหาเรื่องสินบน และตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อาจมีคนในเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินให้สแกมเมอร์
การบังคับใช้กฎหมายกับคนไทย: ต้องจัดการกับข้าราชการและนักการเมืองระดับสูงที่เป็นเครือข่ายอำนวยความสะดวกให้กลุ่มทุนเทาอย่างจริงจัง
ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล (องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน) ได้เปิดเผยข้อมูลว่า เศรษฐกิจนอกระบบ ของไทยมีขนาดใหญ่ถึง 48.7% ของ GDP (ประมาณ 8-9 ล้านล้านบาท) ซึ่งเติบโตได้เพราะคอร์รัปชัน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตเรื่องการส่งออกทองคำไปกัมพูชาที่สูงขึ้นผิดปกติ โดยมีการแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินคริปโต ซึ่งอาจเป็นช่องทางการฟอกเงินสำคัญของทุนเทา และทิ้งท้ายว่า หากไม่หยุดพฤติกรรมคอร์รัปชัน ก็จะไม่มีทางปราบสแกมเมอร์และทุนเทาให้หมดไปจากแผ่นดินไทยได้
