พรรคโอกาสใหม่ ลุยหาเสียง กทม.“จตุพร” ประกาศใช้ AI ปราบทุจริต ทุนเทา
13 ม.ค. 2569
พรรคโอกาสใหม่ ลุยหาเสียง กทม. แก้ปัญหาทั้งระบบ มั่นใจนโยบายตอบโจทย์คนกรุง หลังกระแสตอบรับดีเกินคาด “จตุพร” ประกาศใช้ AI ปราบทุจริต ทุนเทา
ข่าว
13 ม.ค. 2569
พรรคโอกาสใหม่ ลุยหาเสียง กทม. แก้ปัญหาทั้งระบบ มั่นใจนโยบายตอบโจทย์คนกรุง หลังกระแสตอบรับดีเกินคาด “จตุพร” ประกาศใช้ AI ปราบทุจริต ทุนเทา
13 มกราคม 2569 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ลงพื้นที่พร้อมกับ นายประภัสร์ จงสงวน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ช่วย นายวรวุธ ลีลานภาศักดิ์ ผู้สมัคร สส. เขตเลือกตั้งที่ 21 ประเวศ - สะพานสูง หมายเลข 2 หาเสียง โดยได้พบปะประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าในย่านชุมชนตลาดหมู่บ้านนักกีฬา พร้อมรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะในการพัฒนาพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเน้นการสื่อสารโดยตรง เข้าถึงง่าย
นายจตุพร ระบุว่า จากการลงพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบว่ากระแสตอบรับผู้สมัคร สส. กทม. ของพรรค ดีเกินคาด ซึ่งแม้สนามเลือกตั้ง กทม. จะมีการแข่งขันสูง แต่พรรคก็ไม่หวั่นไหว เพราะเชื่อว่าคนกรุงเทพฯ ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง และพรรคมีจุดแข็งเรื่องการบริหาร ที่เน้นการทำงานร่วมกับท้องถิ่นรูปแบบพิเศษได้อย่างไร้รอยต่อ มั่นใจว่า นโยบายของพรรคสามารถตอบโจทย์คนเมืองได้
โดยพรรคมีนโยบายหลักในการ “ยกระดับผังเมือง” ให้มีความเหมาะสม ทั้งในด้านการระบายน้ำ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการจัดการจราจร โดยเน้นให้ทุกพื้นที่ต้องมีความสะอาด สะดวก และปลอดภัย ภายใต้สโลแกนหลักของพรรคคือ “มีเราไม่มีมืด” และนโยบาย “กทม. 24 ชั่วโมง” ที่จะมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชนตลอดทั้งวัน
ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาการจราจร หัวหน้าพรรคโอกาสใหม่ ยอมรับว่า กทม. ประสบปัญหาโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่สมดุลกับจำนวนรถ การแก้ไขจึงต้องมองทั้งระบบแบบองค์รวม เหมือนกับเมืองใหญ่ทั่วโลก โดยต้องมีมาตรการเด็ดขาดในการแก้ไขปัญหา ทั้งการปรับเปลี่ยนรถราชการทุกคัน ให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) 100%, ผลักดันรถโดยสารสาธารณะให้เป็นรถไฟฟ้า และสนับสนุนให้ประชาชนใช้ระบบขนส่งมวลชนมากขึ้น ด้วยการเพิ่มจุด “จอดแล้วจร” เพื่อลดปริมาณรถเข้าสู่ใจกลางเมือง
สำหรับเรื่องปัญหาการทุจริตนั้น นายจตุพร ได้เปรียบเทียบการทุจริตคอร์รัปชันว่าเป็นเหมือนมะเร็งร้ายที่เกาะกินทุกระบบ ซึ่งพรรคโอกาสใหม่มีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเด็ดขาด ด้วยการนำระบบอิเล็กทรอนิกส์และ AI เข้ามาใช้ โดยเฉพาะเรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของบุคคลให้เหลือน้อยที่สุด เพราะนั่นเป็นจุดอ่อนสำคัญที่ทำให้เกิดการเรียกรับสินบน นอกจากนี้ ยังต้องผลักดันและปรับปรุงให้กฎหมายมีความเข้มงวดมากขึ้น และมีบทลงโทษที่รุนแรงต่อผู้กระทำผิด
นายจตุพร ระบุด้วยว่า เรื่องปัญหาทุจริต ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการ ที่ส่วนใหญ่เป็นคนดี แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากคนเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ดังนั้นหากจะแก้ไขปัญหา ต้องแก้ที่ต้นตอของปากท้อง ซึ่งพรรคโอกาสใหม่มีนโยบายที่จะผลักดันรัฐสวัสดิการ ที่เข้าถึงและเท่าเทียม และเชื่อว่า หากข้าราชการและประชาชนมีสวัสดิการที่ดี มีการดูแลจากภาครัฐอย่างทั่วถึง ความจำเป็นในการแสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจะลดน้อยลง นอกจากนี้ หากต้องการจะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ต้องเริ่มจากจิตสำนึกของทั้งนักการเมืองและประชาชน รวมถึงพรรคการเมืองก็ต้องสะอาด โปร่งใสด้วย
ส่วนเรื่องปัญหาทุนเทานั้น นายจตุพร ระบุว่า สามารถนำประสบการณ์เมื่อครั้งที่อยู่กระทรวงพาณิชย์ มาปรับทำงานได้ เพราะได้เห็นการทำงานของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ที่มีการตรวจสอบความผิดปกติของการจดทะเบียนนิติบุคคล มีระบบคัดกรองสัญญาณอันตราย มีการตรวจสอบสัดส่วนผู้ถือหุ้น และตรวจสอบเส้นทางการเงินที่น่าสงสัย โดยหากพบความผิดปกติก็จะประสาน ปปง. ตรวจสอบทันที นอกจากนี้ ยังต้องมุ่งเป้าทลายเครือข่ายนอมินีด้วย เพราะแม้จะมีการอำพรางตัวตน แต่ระบบฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกัน จะช่วยให้ตรวจพบความผิดปกติได้ง่ายขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ต่อให้ระบบดีแค่ไหน ก็ต้องปลูกฝังจิตสำนึกของคนเรื่องการปราบโกงด้วย ซึ่งพรรคโอกาสใหม่จะขออาสาเข้ามาทำเรื่องนี้ให้เห็นเป็นตัวอย่าง เพราะเมื่อมาจากระบบราชการ ก็จะรู้จุดอ่อนดีที่สุด และจะปิดจุดอ่อนนั้นเพื่อประโยชน์ของคนไทยทุกคน
ด้าน นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ แม่ทัพ กทม. พรรคโอกาสใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจาก การรับฟังปัญหาด้านผังเมือง และคุณภาพชีวิตของประชาชนแล้ว ทางพรรค ยังให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับเสียงของผู้บกพร่องทางร่างกาย โดยเฉพาะประเด็น โอกาสในการทำงานใกล้บ้าน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของพรรคโอกาสใหม่ เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงงานที่เหมาะสม ลดภาระการเดินทาง และมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้นอย่างแท้จริง ทั้งนี้ พรรคโอกาสใหม่จะนำข้อเสนอและเสียงสะท้อนจาก ผู้บกพร่องทางร่างกายไปผลักดันเป็นนโยบายเชิงปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง พร้อมสนับสนุนให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ใกล้บ้านอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อสร้างความเท่าเทียมและไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังในการพัฒนากรุงเทพมหานคร
