นายจตุพร ยังย้ำ 4 นโยบายหลักของพรรคฯ ที่ประเทศไทย จะต้องเป็นรัฐสวัสดิการที่เท่าเทียม เข้าถึง และเป็นธรรม ประชาชนเข้าถึงระบบสาธารณสุข ตั้งแต่เกิดจนไปสบาย เพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชน, ระบบเศรษฐกิจ จะต้องแก้ไขหนี้และเติมเงินให้ประชาชน พัฒนาการท่องเที่ยว และการเกษตรร่ำรวย เพื่อสร้างรายได้ช่วยประชาชน พัฒนาทักษะประชาชน หารือการปรับค่าแรงขั้นต่ำ เพื่อให้ประชาชนได้รับค่าแรงที่เหมาะสมถ้วนทั่วทั้งประเทศ จะต้องไม่ใช่นโยบายพูดแล้วทำไม่ได้ แต่ทั้งทำและพูด จะต้องไปด้วยกัน, การป้องกันภัยพิบัติ โดยเฉพาะอุทกภัย ที่จะต้องเป็นแผนระยะยาว มีการเตือนภัยที่แม่นยำ ตรงประเด็น สามารถอพยพประชาชนไปที่ที่ปลอดภัยได้ เพื่อลดความสูญเสีย รวมถึงการฟื้นฟูภายหลังสถานการณืคลี่คลาย, และการแก้ปัญหาสังคม-ความมั่นคง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด เพราะเจรจาหลายครั้งแล้ว และจะต้องไม่ยอมให้ใครรุกล้ำอธิปไตยไทย รวมถึงการปราบปรามสแกมเมอร์ ทั้งการตัดเส้นทางการเงิน ตัดเครื่องมือ ตัดวงจร และตัวหัวให้เด็ดขาด
นายจตุพร ยังขอโอกาสจากประชาชนให้กับพรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 รวมถึงผู้สมัคร ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด พร้อมระบุว่า ตนเองพูดไม่ค่อยเก่ง แต่เน้นการทำงาน โดยใช้การบริหารนำการเมือง ไม่มีวาทะกรรม มีแต่วาระงาน ไม่มีเรื่องส่วนตัว มีแต่เรื่องส่วนตัว ไม่มีคำว่าถ้า เพราะทำทันที
นายจตุพร ยังให้สัมภาษณ์ก่อนการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่พรรคโอกาสใหม่ครั้งแรกที่กรุงเทพมหานคร ที่ลานคนเมือง ถึงการส่งผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ ว่า พรรคฯ ส่งครบทุกเขตการเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นอดีตผู้บริหารกรุงเทพฯ และเคยทำงานที่กรุงเทพฯ ซึ่งน่าจะสามารถเป็นกำลังสำคัญให้ประชาชนคนกรุงเทพฯ สามารถทำงานได้เต็มที่ และทำงานควบคู่กับกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยพรรคฯ ได้คาดหวังให้ผู้สมัคร ได้รับชัยชนะ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชน และย้ำว่า พรรคโอกาสใหม่ เป็นโอกาสสำหรับคนไทยทุกคน
ส่วนที่ผู้สมัครของพรรคโอกาสใหม่ส่วนใหญ่เป็นอดีตข้าราชการ จะสามารถสู้กับนักการเมืองมืออาชีพรุ่นเก่า ๆ ได้หรือไม่นั้น นายจตุพร มองว่า จะต้องมองกลับกัน เพราะข้าราชการเป็นมืออาชีพมากกว่า และพรรคโอกาสใหม่ใช้การบริหารนำการเมือง ตนเชื่อว่า การนำประสบการณ์ และอดีตข้าราชการร่วมกับภาคเอกชน และภาคธุรกิจในพรรคฯ มาทำงานร่วมกัน จะเป็นโอกาสในการทำงานมากกว่า รวมถึงอดีตข้าราชการ จะเห็นการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติ ซึ่งสามารถให้ข้าราชการมาร่วมกันด้วย ซึ่งถือเป็นจุดแข็งของพรรคฯ ทำงานเต็มที่ ไม่มีความขัดแย้ง และขอให้ประชาชน ให้โอกาสพรรคโอกาสใหม่ หมายเลข 44 ด้วย
ทั้งนี้ นายจตุพร ยังได้พบกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อพูดคุยถึงปัญหาในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ สส.ควรทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการกรุงเทพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ที่ทุกพรรคการเมือง ควรบรรจุเป็นนโยบายของรัฐบาล และพรรคโอกาสใหม่ ยืนยันว่า นโยบายหลักของพรรคโอกาสใหม่ 4 นโยบายหลัก มีการดูแลภัยพิบัติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัญหาของคนกรุงเทพฯ ที่ประสบปัญหามาโดยตลอด