“ดร.ถวิลวดี” ชี้การเมืองวิชามาร เหลี่ยมการเมืองยุค AI : ใครจอมเฟค?
12 ม.ค. 2569
“ดร.ถวิลวดี” ชี้การเมืองวิชามาร เหลี่ยมการเมืองยุค AI : ใครจอมเฟค? เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงตามยุค นักเลือกตั้งมีการใช้โซเชียล - AI ทำลายคู่แข่ง
ข่าว
12 ม.ค. 2569
“ดร.ถวิลวดี” ชี้การเมืองวิชามาร เหลี่ยมการเมืองยุค AI : ใครจอมเฟค? เมื่อโลกเปลี่ยนแปลงตามยุค นักเลือกตั้งมีการใช้โซเชียล - AI ทำลายคู่แข่ง
12 มกราคม 2569 ดร.ถวิลวดี บุรีกุล อดีตรองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ในฐานะนักวิจัยชื่อดัง ได้กล่าวถึงการเลือกตั้ง2569 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 ก.พ. 69 นี้ และพลวัตรทางการเมืองนับแต่อดีตที่วัดจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาๆ ว่า การเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา คือปี 62 กับ 66 ทำให้เห็นสถานการณ์และทิศทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลง
- ทัศนคติทางการเมืองของคนไทยมีแนวโน้มเปลี่ยนไป จากเดิมไม่ชอบรัฐบาลในช่วงการเลือกตั้งปี 66
- เพราะตั้งแต่ปี 57 ถึงการเลือกตั้งปี 62 และต่อเนื่องถึงปี 66 รัฐบาลที่อยู่ในอำนาจเป็นฝ่าย “กลางขวา” มาโดยตลอด (ผู้นำสายอนุรักษ์นิยมจากการรัฐประหาร) และประชาชนรู้สึกว่าอยู่นานเกินไป (9 ปี)
- ในการเลือกตั้งปี 66 ทิศทางการเลือกของประชาชนจึงเทคะแนนให้ฝ่าย “กลางซ้าย”
**พรรคประชาชนประกาศจุดยืนชัดกว่าเพื่อไทย ประชาชนจึงเทคะแนนให้ กระทั่งพลิกชนะเพื่อไทย
- มีแนวโน้มที่การเลือกของคนไทย อาจจะขยับจาก “กลางซ้าย” กลับไป “กลางขวา” ด้วยเหตุของสงครามกัมพูชา และปัญหาทั้งภายใน ภายนอก ที่รุมเร้าพรรคประชาชน โดยเฉพาะการตัดสินใจผิดพลาดทางการเมืองหลายครั้ง
- ขณะที่มีผลการศึกษาในต่างประเทศชี้ว่า ฝ่ายขวา กับฝ่ายซ้าย แม้จะต่างกันที่แนวคิด อุดมการณ์ แต่เมื่อพูดถึงนโยบายเศรษฐกิจระยะสั้น มักไม่ต่างกัน ทำให้การหาเสียงเลือกตั้งช่วงหลังๆ พรรคการเมืองไม่ค่อยชูนโยบาย และมุ่งชูตัวบุคคล หรืออุดมการณ์ทางการเมืองไปเลย
- การหาเสียงของพรรคการเมืองยุคหลัง เปลี่ยนไปทั้งในประเทศตะวันตก และลามมาถึงตะวันออก
- ใช้อุดมการณ์ทางการเมืองและความเชื่อความศรัทธาทางการเมือง มาเป็นตัวดึงคะแนน มากกว่าขายนโยบายที่โดดเด่น
**นโยบายประชานิยมเศรษฐกิจเหมือนกันหมดทุกค่าย ทุกพรรค
- ใช้การสร้างความเกลียดชังแตกแยกทางการเมือง เพื่อทำลายคะแนนของฝ่ายตรงข้าม
- การวางยุทธศาสตร์หาเสียงโดยใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร และ AI คือตัวเร่งให้เกิดปัญหารุนแรง
1.Filter Bubble (ฟิลเตอร์บับเบิล)
- สภาพแวดล้อมที่ผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ได้รับข้อมูลเฉพาะจากอัลกอริธึม ที่เลือกสรรข้อมูลตามความชอบ หรือพฤติกรรมเดิมของผู้ใช้ ทำให้ถูก "กัก" อยู่ในโลกข้อมูลที่สอดคล้องกับมุมมองหรือความเชื่อเดิม โดยไม่ได้พบเห็นข้อมูลที่หลากหลายหรือขัดแย้งกับความคิดของตน
2. Echo Chamber (ห้องสะท้อนเสียง)
- สภาพแวดล้อมทางสังคมหรือออนไลน์ ที่บุคคลรับฟังแต่เสียงหรือความคิดเห็น ที่สอดคล้องกับความเชื่อเดิมของตน ทำให้ความคิดนั้นถูกเสริม และขยายโดยปราศจากข้อท้าทายจากมุมมองอื่น = ล้างสมอง
3.Post-truth Politics (การเมืองยุคหลังความจริง)
- สถานการณ์ทางการเมืองที่ข้อเท็จจริง และหลักฐานมีอิทธิพล ต่อความเห็นของสาธารณะน้อยกว่าอารมณ์ ความเชื่อส่วนตัว หรือวาทศิลป์ที่น่าสนใจ ส่งผลให้ความจริงกลายเป็นเรื่องรอง และถูกทำให้คลุมเครือ
สรุป : การเมืองในยุคหลังใช้การโน้มน้าวให้เกิดความคล้อยตาม โดยไม่ได้ให้ข้อมูลที่เป็นความจริง สุดท้ายคือสังคมแตกแยก แตกยับ
ระดับโครงสร้าง => กกต.ต้องมีบทบาทเชิงรุก ตั้งทีมร่วมกับเครือข่ายประชาสังคม เพื่อเฝ้าระวังข่าวบิดเบือนเชิงระบบ และแยกข่าวเท็จออกจากความเห็นทางการเมืองอย่างชัดเจน
ระดับสื่อ => สื่อมวลชนต้องไม่กระพือหรือขยายข่าวเท็จ และควรเน้นการสื่อสารเชิงอธิบาย (explanatory journalism)
ระดับพลเมืองและชุมชน => ส่งเสริมวิจารณญาณและความตระหนักรู้ด้านสื่อและการเมือง
- ระยะสั้น จัดทำชุดสื่อ “รู้ทันข่าวเลือกตั้ง” สำหรับประชาชน โดยไม่ตีตราทางการเมือง
- ระยะกลาง พัฒนาหลักสูตร Digital & Political Literacy สำหรับการศึกษาผู้ใหญ่ และอบรมผู้สมัครรับเลือกตั้งและพรรคการเมืองด้านจริยธรรมทางข้อมูล
- ระยะยาว วางกรอบกำกับแพลตฟอร์มอย่างเป็นประชาธิปไตย และสร้างวัฒนธรรม “ไม่เชื่อทันที–ไม่แชร์ทันใจ” ในสังคมไทย
