"พรรคส้ม" เมิน "กัมพูชา" เสี้ยม เลือก "พท.-ปชน." ลดปะทะกันรอบ 3
12 ม.ค. 2569
"พรรคส้ม" เมิน "กัมพูชา" เสี้ยม!! เลือก “พรรคเพื่อไทย-ประชาชน” แทน "อนุทิน" ลดปะทะกันรอบ 3!! ขึ้นรถแห่หาเสียงบางบอนถิ่น "ไอซ์ รักชนก" ประกาศรักษาแชมป์เก้าอี้ สส.ใน กทม.
ข่าว
12 ม.ค. 2569
"พรรคส้ม" เมิน "กัมพูชา" เสี้ยม!! เลือก “พรรคเพื่อไทย-ประชาชน” แทน "อนุทิน" ลดปะทะกันรอบ 3!! ขึ้นรถแห่หาเสียงบางบอนถิ่น "ไอซ์ รักชนก" ประกาศรักษาแชมป์เก้าอี้ สส.ใน กทม.
12 มกราคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ นายแก้ว เรมี (Keo Remy) รัฐมนตรีอาวุโสและประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ออกมาระบุว่า ถ้า "นายอนุทิน " แพ้การเลือกตั้ง โอกาสปะทะรอบ 3 ระหว่างกัมพูชาและไทยจะน้อยลง ขอให้คนไทยเลือก พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย เพราะทั้ง 2 พรรค ไม่ได้กระหายทำสงครามว่า อย่าไปฟังเขาเลย!!
ตนไม่คบกับกัมพูชา อย่าไปยุ่งกับกัมพูชาเลย เราดูแลประชาชนคนไทย เราฟังเสียงประชาชนคนไทยดีกว่า ทั้งที่อยู่ในแนวชายแดน ที่ลำบาก วันนี้จะช่วยเหลือ ชดเชยเขาอย่างไร ต่อการทำมาค้าขายที่ไม่เหมือนเดิม จะมีการส่งเสริมให้เขาปรับตัวอย่างไร ขณะเดียวกันต้องหันกลับมามองที่กองทัพ ในการเตรียมความพร้อม
ย้ำว่าไม่ใช่ปัญหาตามแนวชายแดนเท่านั้น ไม่ใช่แค่ดูเรื่องการป้องกันอุตสาหกรรมในประเทศ และเทคโนโลยีป้องกันประเทศอย่างเดียว เพราะมองว่า หากมีเหตุปะทะกัน ซึ่งเป็นสิ่งไม่อยากให้เกิด แต่เราต้องเจอกับโดรน ที่เข้ามาก่อกวน ซึ่งมันจะก่อให้เกิดความสูญเสียกับทหารเราด้วย ที่ไม่อยากให้เกิดขึ้น ทั้งโดรนกามิกาเซ่ โดรนพลีชีพ เราจะรับมือของพวกนี้อย่างไร
จึงมองว่า การจัดซื้อรวมศูนย์จะต้องเกิดขึ้น ไม่ใช่ต่างคนต่างซื้อ เพราะจะต้องปฏิบัติการร่วมกัน และ ต้องมีอธิปไตยในเรื่องของซอฟต์แวร์ การปรับจูนคลื่นความถี่ ต่างๆ เพราะทุกวันนี้เราถูกแทรกแซง ถูกแจมถูกวัน กองทัพเราจึงต้องมีความสามารถในการที่จะปรับซอฟต์แวร์ คลื่นความถี่ด้วย ซึ่งหากซอฟต์แวร์ ไฟต์คอนโทรล เราไม่ไดhทำเอง เราไม่ได้ให้อุตสาหกรรมป้องกันภายในประเทศ เป็นผู้จัดการเอง ความยืดหยุ่น ประสิทธิภาพจะไม่สอดคล้องกับหลักการทวีกำลัง หรือการปฏิบัติการร่วมกันระหว่างเหล่าทัพ และ ยุทโธปกรณ์ ที่ส่งเสริมขีดความสามารถในการรบ หลักทวีกำลังที่จะต้องนำกลับมาคิด
นายวิโรจน์ บอกด้วยว่า การรบกันในครั้งนี้แตกต่างจากปี 2554 ที่เป็นเรื่องความนิยมทางการเมือง และเขาพระวิหาร แต่การปะทะกันครั้งนี้ เราไปแตะขุมทรัพย์ที่มันหลอกคนไทยและทั่วโลก เฉพาะฝั่งกัมพูชาก็ 4.5 แสนล้านบาทต่อปี เหมือนโจรที่ต้องรักษาของกลางก็ต้องสู้สุดชีวิต ถ้าเราแก้ Scammer แก้ปัญหาการฟอกเงินไม่ได้ มันก็ไม่100% วันนี้เรากำลังเจอสงครามลูกผสมที่เรียกว่า “ไฮบริด วอร์แฟร์” ที่จะต้องสนธิกำลังกันทุกฝ่าย ทหาร ตำรวจ DSI ปปง. ,ธปท.,ก.ล.ต., กสทช. ต่างคนต่างทำงาน ทำไม่สำเร็จ
ขณะที่วันนี้ นายวิโรจน์ ลงพื้นที่ขึ้นรถแห่ช่วยผู้สมัครเขตบางบอน คือ น.ส.ชลณัฐฐ์ โกยกุล ผู้สมัครจากเขต 28 บางบอน เพื่อขอคะแนนจากประชาชน ขบวนเคลื่อนตามถนนพระราม2 ถนนสุขสวัสดิ์ เอกชัย ผ่านตามชุมชน และ ย่านตลาดการค้าต่างๆ มีการประกาศ ชูนโยบาย เด่น ๆ เช่น การปราบคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ เบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600 เป็น 1,000 บาท หวยเกษียณ การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ เป็นต้น
นายวิโรจน์ เปิดเผย ถึงการเปิดตัวทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ทั้ง 4 ด้าน วานนี้ (11 ม.ค.) ว่า มีกระแสการตอบรับเป็นอย่างดี แต่ยืนยันว่า ไม่ใช่การเปิดเผย โผ ครม. แต่พรรคเอาภารกิจเป็นตัวตั้งว่า จะมีภารกิจอะไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจ ที่ให้ความสำคัญกับผู้ประกอบการ รายย่อย ให้มีความแข็งแรง การให้ความสำคัญ กับสวัสดิการ หนี้สินภาคเกษตร การปราบสแกมเมอร์ ที่แตกต่างจากพรรคอื่น โดยไม่ต้องรอหลังเลือกตั้ง
การจับมือร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล วันนี้เราได้เปิดเผยภารกิจ ถ้าเรามีความจำเป็นต้องจับมือ เราก็จะจับมือกับพรรค ที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภารกิจร่วมกัน ไม่เป็นอุปสรรคต่อภารกิจที่เราให้คำมั่นไว้กับประชาชน เช่น การปราบสแกมเมอร์ ซึ่งเราต้องดูทิศทางนโยบายของแต่ละพรรคว่า ตรงกันหรือไม่ ในการปราบทุนเทา หากนโยบายตรงกันเราไปด้วยกันได้ก็ว่ากัน
ส่วนกรณีที่มีความกังวลว่า เลือกพรรคประชาชนแต่จะไม่ได้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล นายวิโรจน์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาที่ประชาชนตั้งคำถามนี้เพราะว่า พรรคที่ประชาชนเลือกเป็นอันดับ 1 และ ได้ตั้งรัฐบาลก็ต้องย้อนไปสมัยยุค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยได้อันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล พรรคก้าวไกลเป็นอันดับ 1 ก็ไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล เป็นเรื่องธรรมดาที่ประชาชนจะตั้งคำถาม
สำหรับการลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ กทม. นายวิโรจน์ ตั้งเป้าหมายว่า จะต้องป้องกันแชมป์สนาม กทม.เอาไว้ให้ได้ จะดำเนินการให้ดีที่สุด การเเข่งขันประชาชนมีทางเลือก ส่วนจะเลือกใครก็เป็นสิทธิของประชาชน แต่เราที่เสนอตัวเป็นทางเลือก ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด
ขณะที่ น.ส.ชลณัฐฐ์ ผู้สมัคร เปิดเผยว่า ไม่กดดัน ถึงการเปรียบเทียบตัวบุคคล ที่เดิมเป็น "ไอซ์ รักชนก ศรีนอก" แต่มีความกดดันที่จะต้องรักษาฐานที่มั่นให้ได้ และระหว่างทางจะไม่ประมาท แม้คะแนนฐานเสียงเดิมจะ 47,592 คะแนน จะชนะขาด ลำดับ2 ที่ได้ 26,479 คะแนน ดูแล้วการหาเสียง จะสบายๆ แต่พรรคประชาชนจะไม่มองประชาชนเป็นของตาย แม้เวลานี้จะประสบอุบัติเหตุที่เท้าอยู่ แต่ก็ยังสู้เดินเท้าแตก เพื่อพบปะกับประชาชนให้ได้มากที่สุด ไม่ใช่แค่การแนะนำตัว แต่เป็นการพบปะผู้คนเพื่อสำรวจปัญหาในพื้นที่เขตบางบอน
สำหรับสิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงสานต่อในเขตบางบอน เป็นลำดับแรกๆ คือ เรื่องการขนส่งสาธารณะ บางจุด ที่ยังเข้าไม่ถึง และ การโอนถ่ายอำนาจสู่ท้องถิ่น
สำหรับ สนามเลือกตั้ง กทม. พื้นที่เขตบางบอน เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ถูกจับตามอง ที่จะมีการเเข่งขันสูง นอกจากพรรคประชาชนแชมป์เก่า ที่ล้ม นายวัน อยู่บำรุงผู้สมัคร จากเพื่อไทย ได้ในปี 2566
ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ยังมีผู้สมัครจากพรรคใหญ่ๆ ที่ลงชิงชัยกัน คือ นายสุวัฒน์ ม่วงศิริ พรรคเพื่อไทย และที่น่าจับตาคือ น.ส.มัญดา อัฐจินดา พรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะได้คะแนนความนิยมของพรรคที่มีสูงขึ้น รวมถึง นายพร้อมพล ธรรมจินดา พรรคประชาธิปัตย์
สำหรับการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 1 ก.พ. 2569 ทางสำนักงานเขตได้จัดหน่วยเลือกตั้งไว้ที่ ณ วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ซอยเอกชัย 116 ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569
