บัตรรถไฟฟ้ารับเคราะห์ ที่แท้เป็นมาตรการสกัดการฟอกเงิน
04 ม.ค. 2569
บัตรรถไฟฟ้ารับเคราะห์ ที่แท้เป็นมาตรการสกัดฟอกเงิน หลังมีดรามา บัตร Rabbit ของบุคคลบางสัญชาติ และนักการเมือง 3 จชต.ไม่สามารถใช้งานได้ สุดท้ายบีทีเอสต้องออกมาชี้แจง
ข่าว
04 ม.ค. 2569
บัตรรถไฟฟ้ารับเคราะห์ ที่แท้เป็นมาตรการสกัดฟอกเงิน หลังมีดรามา บัตร Rabbit ของบุคคลบางสัญชาติ และนักการเมือง 3 จชต.ไม่สามารถใช้งานได้ สุดท้ายบีทีเอสต้องออกมาชี้แจง
4 มกราคม 2569 จากปัญหาที่ นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาแถลงเรียกร้องให้ บีทีเอส ชี้แจง กรณีบัตร Rabbit ของบุคคลบางสัญชาติ และนักการเมืองจากชายแดนใต้ ไม่สามารถใช้งานได้ ซึ่ง บีทีเอส ได้ออกมาชี้แจงแนวทางการแก้ไขเบื้องต้นไปแล้วนั้น “เนชั่นทีวี” ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม โดยไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นที่ BTS ชี้แจง โดยเป็นการสอบถามไปยังฝ่ายความมั่นคง และแหล่งข่าวในสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. เพื่อขอความชัดเจนในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้คำตอบดังนี้
1.มีการส่งข้อมูลจาก ปปง. ไปยังสถาบันการเงิน และผู้ประกอบอาชีพตามมาตรา 16 ของกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งมีหลายกลุ่ม เช่น นิติบุคคลที่ให้บริการเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการลงทุน หรือเคลื่อนย้ายเงินทุนตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกลุ่มผู้ประกอบการค้าอัญมณี ทองคำ หรือนิติบุคคลที่ให้บริการในการทำธุรกรรมออนไลน์ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรายงานการทำธุรกรรมต่อ ปปง. หากเข้าเงื่อนไขตามกฎหมายฟอกเงิน
2.ข้อมูลที่ส่งจาก ปปง.ตามข้อ 1 คือ ปปง.ส่งข้อมูลรายชื่อบุคคลที่อยู่ในข่ายเป็น “กลุ่มเสี่ยง” ในการทำธุรกรรมซึ่งอาจเข้าข่ายฟอกเงิน แล้วกำชับให้นิติบุคคลและผู้ประกอบการ จะต้องระงับการให้บริการทางบัญชีชั่วคราว เพื่อทบทวน และประเมินความเสี่ยงให้เป็นปัจจุบัน
คำในกฎหมายดูน่ากลัวตามที่เล่าให้ฟังนี้ แต่ในทางปฏิบัติจริง พูดให้เข้าใจง่ายๆ คือ กลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ มีการส่งชื่อจาก ปปง.ให้สถาบันการเงิน และผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้อง ให้แจ้งเจ้าของบัญชี หรือถ้าเป็นกรณี “บัตรเดบิต” ที่ทำธุรกรรมออนไลน์ได้ ก็ให้แจ้งมายืนยันตัวตนใหม่ หรือส่งหลักฐานยืนยันตัวตนเพิ่มเติม
เช่น แต่เดิมเคยให้ไว้เฉพาะหน้าบัตรประชาชน ก็ให้เพิ่มข้อมูลหมายเลขโทรศัพท์มือถือ แบบนี้เป็นต้น ซึ่งไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย
3.รายชื่อบุคคลที่อยู่ในข่ายเป็น “กลุ่มเสี่ยง” มีรายงานว่า ถูกส่งมามากกว่า 7 แสนรายชื่อ แบ่งเป็น
- กลุ่มที่ถือหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ต ของประเทศที่เสี่ยงต่อการก่อการร้าย หรือมีสงครามกลางเมือง (เช่น บางประเทศในตะวันออกกลาง บางประเทศในคาบสมุทรเกาหลี เป็นต้น)
- กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย สนับสนุนทางการเงินในกิจกรรมก่อการร้าย ซึ่งในประเทศไทยมีการขึ้นบัญชี “บุคคลที่ถูกกำหนด” กับกลุ่มผู้ต้องหาคดีความมั่นคง และผู้ก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับร้อยราย
โดย “บุคคลที่ถูกกำหนด” หมายถึงถูกกำหนดให้มีข้อจำกัดในการทำธุรกรรม หรือต้องถูกตรวจสอบเป็นพิเศษ
4.เรื่องนี้ไปเกี่ยวพันกับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้อย่างไร
คำตอบคือ เพิ่งมีประกาศ ปปง. เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ขยายนิยามให้ “บุคคลที่มีสถานภาพทางการเมือง” ทุกตำแหน่ง อาจถูกขึ้นบัญชีกลุ่มเสี่ยงได้ แม้จะพ้นตำแหน่งไปแล้ว หากบุคคลนั้นยังมีอิทธิพลหรือสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือมีความเสี่ยงต่อกิจกรรมการฟอกเงิน
นี่คือต้นตอของเรื่องนี้ ซึ่งเป็นมาตรการของฝ่ายรัฐ แต่อาจมีการประชาสัมพันธ์น้อยเกินไป และไม่ได้เตรียมการป้องกันผลกระทบเอาไว้ล่วงหน้า ทำให้ประชาชน หรือผู้มีสถานะสุ่มเสี่ยง ตลอดจนผู้ประกอบการเอกชน ต้องรับกรรม โดนด่า โดนวิจารณ์ คล้ายๆ กับกรณีการระงับบัญชีม้า ที่ไปโดนกลุ่มขายของออนไลน์ ขายอาหารตามสั่ง แต่พวกสแกมเมอร์รายใหญ่ กลับไม่ต้องเดือดร้อน
