วันนี้เนชั่นทีวีจะพาไปทำความรู้จัก “ท่านเวาะห์” อีกครั้ง พระสงฆ์ที่ชาวบ้านจังหวัดชายแดนภาคใต้ รู้จักดี “ท่านเวาะห์” เป็นเหมือน “ทูตวัฒนธรรมเชื่อมสัมพันธ์ไทย-มลายู” หลอมรวมความสามัคคีพี่น้องไทยพุทธและมุสลิม และที่สำคัญท่านเป็นพระสงฆ์ที่สามารถสื่อสารภาษามลายูท้องถิ่นหรือที่เรียกว่าภาษายาวีได้อย่างคล่องแคล่ว ทำให้ ชาวบ้านในชุมชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิมให้การยอมรับและศรัทธา
โดยทุกครั้งที่มีงานหรือกิจกรรมไม่ว่าจะเป็นศาสนาพุทธและศาสนาอิสลามจะเข้าร่วมกิจกรรมแทบทั้งหมดจนกลายเป็นที่เล่าขานถึงการเชื่อมสัมพันธ์แบบไร้รอยต่อของ 2 ศาสนา
ล่าสุดท่านได้ตั้งใจเดินจากวัดพระบรมธาตุจังหวัดนครศรีธรรมราชเพื่อกลับวัดเทพนิมิตอำเภอปะนาเระพร้อมกับช้างคู่ใจวัย 53 ปีที่มีชื่อเป็นภาษายาวีว่า “แมะโดะฮฺ"
โดยได้เริ่มเดินทางตั้งแต่เวลา 06:00 น. ของวันที่ 14 มีนาคม จากเดิมมีกำหนดจะถึงวัดเทพนิมิตประมาณ 40 วัน แต่ปรากฏว่าระหว่างการเดินทางนั้นเกิดเรื่องราวดีๆขึ้นมากมาย ทำให้การเดินทางถึงเป้าหมายก่อนกำหนดเพียงแค่ 20 วันก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดปัตตานีได้สำเร็จ
นี่เป็นภาพล่าสุดที่สวนยางหมู่ที่ 3 ตำบลกะมิยอ อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี จุดแวะพักที่ท่านเวาะห์และช้างได้หยุดค้างคืนที่นี่ โดยสวนยางแห่งนี้เป็นของผู้นำศาสนาหรือที่เรียกว่า บาบอคนหนึ่งที่รู้จักกันดีและยินดีให้เป็นที่พำนักค้างคืน ตลอดทั้งวันมีชาวบ้านพี่น้องทั้งพุทธและมุสลิมมาแวะเวียนมาต้อนรับ
วันนี้ทีมข่าวได้เข้าไปพบและสนทนาถึงเรื่องราวทั้งหมดจึงทราบที่มาของการเดินเท้าในครั้งนี้ว่าคล้ายๆ เป็นการแก้บน หลังจากที่ได้เอ่ยปากขอพรให้กับลูกศิษย์รายหนึ่งจนสำเร็จดั่งใจ ประกอบกับมีความตั้งใจเป็นทุนเดิมที่อยากจะไปกราบนมัสการพระบรมธาตุฯพร้อมช้างคู่ใจ จึงนำมาสู่เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้เมื่อปี 2555 เรื่องราวเหล่านี้เผยแพร่ให้สังคมได้รู้จักกันมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยบอกว่า “ท่านเวาะห์” เป็นพระภิกษุผู้เป็นที่พึ่ง "ไทยพุทธ-ไทยมุสลิม" ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดินแดนอันได้ชื่อว่าเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม
เมื่อถามที่มาของชื่อ เป็นภาษามลายูท้องถิ่น "ท่านเวาะห์" คือชื่อที่ชาวพุทธเรียก, "โต๊ะ" แปลว่า ครู/ผู้ใหญ่ (ที่มุสลิมใช้เรียก), และ "กือป๊ะ" แปลว่า ขวาน ซึ่งสื่อถึงความใกล้ชิดกับคนมุสลิมในพื้นที่ เช่นเดียวกับช้างเชือกนี้ ที่มีชื่อเป็นภาษายาวี ที่ท่านเวาะห์บอกว่า เลี้ยงช้างจนขึ้นชื่อว่าเป็นหมอช้างตามตำรับของมุสลิม
ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับผู้นำชุมชนในพื้นที่ ซึ่งเป็นสถานที่ค้างคืนของท่านเวาะห์และช้าง
โดยบอกว่าชาวบ้านส่วนใหญ่รู้จักท่านเวาะห์เป็นอย่างดี กระทั่งทราบว่าจะมาพักที่สวนยางพารา ทำให้มีชาวบ้านที่ทราบข่าวมาแวะเวียนให้กำลังใจและนำอาหารผลไม้ของช้างมาให้ด้วย
เช่นเดียวกับทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจังหวัดปัตตานี ที่ได้มีโอกาสร่วมเดินทางดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกก็บอกว่ารู้จักกับเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิตมานานแล้วหากที่วัดมีกิจกรรมงานบุญทีมเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็จะไปช่วยอยู่เสมอ กระทั่งครั้งนี้ที่ท่านตั้งใจเดินจากจังหวัดนครศรีธรรมราชระยะทาง 300 กิโลเมตร ทำให้ ชาวบ้านต่างมาร่วมให้กำลังใจและชื่นชมที่ท่านมีความตั้งใจและเป็นแบบอย่างที่ดี
อย่างไรก็ตาม การเดินทางในครั้งนี้เหลือระยะทางอีก 20 กิโลเมตรที่จะถึงวัดเทพนิมิตอำเภอปะนาเระจังหวัดปัตตานี ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลา 2 วันเนื่องจากในการเดินทางแต่ละครั้งนั้นต้องแวะพัก
โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอากาศร้อนจึงเป็นห่วงสุขภาพของช้าง รวมถึงตลอดเส้นทางมีพี่น้องชาวบ้านมาคอยให้การต้อนรับจึงอยากจะแวะพักแบ่งปันความสุขให้กับเด็กๆที่ชื่นชอบช้างได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดนั่นเอง
#ท่านเวาะห์ #โต๊ะเวาะห์ #ช้างแมะโดะฮฺ #ปัตตานี #พหุวัฒนธรรม #ชายแดนใต้ #ไทยพุทธไทยมุสลิม #เดินเท้า300กิโล #พลังศรัทธา #เนชั่นทีวี