นายสิริน กล่าวต่อว่า จากการลงพื้นที่สำรวจก็พบว่าถนนดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะ กล่าวคือ เป็นทางตรงที่เลียบไปกับทางรถไฟโดยรถจะแล่นลงจากสะพานข้ามคลองบางกอกน้อยก่อนเข้าสู่วงเวียนที่ตั้งอยู่เกาะกลางถนนซึ่งเป็นสี่แยก ที่มี 3 ทางเพื่อระบายรถออกทางถนนชัยพฤกษ์ไปสู่ถนนบรมราชชนนีและสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงสถานีตลิ่งชัน ส่วนอีก 1 ทางเป็นเลนสวน เพื่อใช้ลอดใต้ทางรถไฟและทางพิเศษประจิมรัถยา หรือวงแหวนรอบนอก ไปทางแยกสวนผักและโรงเรียนกุศลศึกษา ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีการจราจรไม่หนาแน่นมาก จึงคาดว่าหน่วยงานรัฐเลือกใช้วงเวียนเพราะมีความเหมาะสมมากกว่าสัญญาณไฟจราจร
แต่ปัญหาคือ บริเวณวงเวียนและถนนที่ตัดผ่านทั้งหมดตั้งอยู่ภายใต้ทางพิเศษประจิมรัถยา หรือวงแหวนรอบนอก ซึ่งเป็นทางยกระดับลอยฟ้า ทำให้พื้นที่ถนนและวงเวียนทั้งหมดเป็นจุดอับแสง อีกทั้งการติดตั้งไฟส่องสว่างไม่เพียงพอทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นน้อยกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะบริเวณวงเวียนมีลักษณะเป็นเพียงเนินดิน ไม่มีป้าย หรือไฟสัญญาณแจ้งเตือนให้สามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจน ก็เป็นเหตุผลสำคัญในการเกิดอุบัติเหตุดังกล่าว