นอกจากนี้ ยังมีผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น คณะกรรมการนโยบายมันสำปะหลัง 14 ราย ประกอบด้วย นายกนก คดีการ ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธ์, นางอรสา มั่นคงขันติวงศ์, นายโอฬาร พิทักษ์, นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร, นายเดโช จันทร์หอม, น.ส.สุนิสา ตามไท, น.ส.ลดาวัลย์ คำภา, นายพิมล ชมพูพันธ์, นางวัชรี วิมุกตายน, นายอภิชาต จงสกุล, นายมนัส สร้อยพลอย, นายบุณยฤทธิ์ กัลป์ยาณมิตร
โดยสรุปพฤติการณ์ตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. ได้ว่า การซื้อขายแป้งมันสำปะหลังกับบริษัท China Marine Shipping Agency Lianyungang Co., Ltd ขายในราคาต่ำกว่าเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีกำหนด รวมถึงบริษัท China Marine ยังไม่ได้รับการมอบอำนาจจากประเทศจีน และวัตถุประสงค์ของบริษัทไม่ใช่การซื้อขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จึงถือว่าไม่ใช่บริษัทที่มีอำนาจลงนามทำสัญญาในนามของประเทศจีนแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีการโอนสิทธิดังกล่าวไปให้กับบริษัทเอกชนประเทศไทยอย่างน้อย 3 แห่ง เข้ามาดำเนินการซื้อขายแป้งมันสำปะหลังแทนอีกด้วย
ส่วนคดีซื้อขายมันเส้นจีทูจีรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ปรากฏชื่อผู้ถูกกล่าวหารวม 31 ราย โดยเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งในฐานะ ผู้เจรจา ผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ผู้ลงนามในสัญญา และผู้เกี่ยวข้องกับซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ ประกอบด้วย นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์, พ.ต.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ เลขานุการ รมว.พาณิชย์, นายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นางปราณี ศิริพันธ์ อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ, นายสุรศักดิ์ เรียงเครือ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ,
บริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company, Mr. Chen Houpeng ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company, บริษัท Hainan Grain Warehousing Industrial Corporation, Mr. Xing Gucun ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Province Grain and oil Trading Company, บริษัท Hainan Grain and Oil Industrial Trading Company,Mr. Lin Haihui ผู้มีอำนาจลงนามของบริษัท Hainan Grain and Oil Industrial Trading Company, บริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด,
นายชู หมิง เช็น กรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด, นางสาวลิอุ ยุก หมิง ไอลีน กรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด, นายชู หมิง คิน กรรมการบริษัท เอลัช (ประเทศไทย) จำกัด, นายสุธี เชื่อมไธสง, Miss Chen Yifan, บริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), น.ส.อารยา กำปั่นแก้ว กรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), นายสุมนต์ เสรีธรณกุล กรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), นายสรัญ เสรีธรณกุล กรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน),
นายสิรินทร์ เสรีธรณกุล กรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), นายสราวุธ เสรีธรณกุล กรรมการบริษัท พี เอส ซี สตาร์ช โปรดักส์ จำกัด (มหาชน), น.ส.เรณู รักแม่, Ms. Liang Jinmei, บริษัท เอส บี พรีเมียร์ โปรดักส์ จำกัด, นายสมบูรณ์ วัฒนวานิชย์กุล กรรมการบริษัทเอสบี พรีเมียร์ โปรดักส์ จำกัด, นายลิตร พอใจ, บริษัท สุวรรณเกลียวทอง จำกัด, นายจักรพงศ์ ปิติพรสัมฤทธิ์ กรรมการบริษัทสุวรรณเกลียวทอง จำกัด และนายสมคิด เอื้อนสุภา
พฤติการณ์ตามสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. สรุปได้ว่า ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้มีการทำสัญญา ซื้อขายมันสำปะหลังและผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง รวม 7 สัญญา ปริมาณรวม 4,790,000 ตัน จำนวนเงินรวม 30,642,500,000 บาท แต่บริษัทที่เข้ามาทำสัญญาซื้อขายกับกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะตัวแทนของราชอาณาจักรไทย ไม่ใช่บริษัทที่ได้รับมอบหมายหรือรับมอบอำนาจจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เข้ามาทำสัญญาซื้อขายแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
โดยการกระทำนี้มีวัตถุประสงค์ ที่จะเอื้ออำนวยหรือช่วยเหลือให้บริษัทดังกล่าว ได้เป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐ โดยมุ่งหมายหรือหลีกเลี่ยง เพื่อไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ประกอบกับการพิจารณาให้ความเห็นชอบในเรื่องของราคาที่ซื้อขาย
โดยราคาตามข้อเสนอของบริษัท ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าข้อเสนอของฝ่ายไทย เว้นแต่สัญญาที่ 2/2013 ซึ่งเสนอราคาเท่ากันทั้งฝ่ายไทยและฝ่ายจีน การกระทำดังกล่าวจึงก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ และประเทศชาติอย่างร้ายแรง
ทั้งนี้ ต้องติดตามดูว่าการชี้มูลคดีทุจริตมันสำปะหลังทั้งสองสำนวน จะมีการชี้มูลความผิด นักการเมือง บุคคลเกี่ยวข้อง รายใดบ้างหรือไม่อย่างไร ท่ามกลางสถานการณ์ที่กำล้งจะมีการเลือกตั้งในเร็วๆนี้ โดยที่ "พล.ต.อ.วัชรพล" ประธาน ป.ป.ช. เคยออกมายืนยัน การพิจารณาคดีต่างๆ เป็นไปตามกำหนดเวลา ไม่ได้มีเรื่องอิทธิพลทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง