svasdssvasds
logo-pwa

เพิ่ม nation online

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด
เนชั่นทีวี

การเมือง

ลุ้นอ่านฎีกา ‘ธาริต’ ปมปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ‘มาร์ค-เทพ’ สั่งฆ่า ปชช. ปี 53

08 ธันวาคม 2565
1.5 k

พรุ่งนี้ลุ้น! ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งที่ 6 ชี้ชะตา “ธาริต” กับพวกปฏิบัติหน้าที่มิชอบ แจ้งข้อหาฆ่าคนตาย “อภิสิทธิ์ –สุเทพ” สลาย นปช. ปี 53

8 ธันวาคม 2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพรุ่งนี้ (9 ธ.ค.65)  ศาลอาญาถนนรัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา ครั้งที่ 6 คดีปฏิบัติหน้าที่มิชอบ หมายเลขดำ อ.310/2556 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี / นายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ อดีต ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ผอ.ศอฉ.) ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) / พ.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ อดีตหัวหน้าชุดสอบสวนคดี การเสียชีวิตของประชาชน และเจ้าหน้าที่รัฐจากเหตุรุนแรงทางการเมือง ปี 2553  

นายธาริต เพ็งดิษฐ์

โดยมี พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ และ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ในฐานะพนักงานสอบสวน ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมกันปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต และเป็นเจ้าพนักงานสอบสวน กระทำการโดยมีเจตนากลั่นแกล้งให้ผู้อื่นได้รับโทษอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157,200 วรรคสอง  

ซึ่งคดีนี้สืบเนื่องจากกรณีเมื่อระหว่างเดือน ก.ค. 54 -13 ธ.ค.55 จำเลยทั้งสี่ในฐานะพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ตั้งข้อหากับโจทก์ทั้งสองสั่งฆ่าประชาชน  ซึ่งเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ให้ต้องรับโทษทางอาญา
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ
จากการที่ ศอฉ.ออกคำสั่งให้ใช้กำลังเจ้าหน้าที่กระชับพื้นที่การชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อปี 2553 ที่ชุมนุมขับไล่ นายอภิสิทธิ์ ให้ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ชั้นพิจารณาคดีจำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้คดี 

คดีนี้ศาลชั้นต้น พิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งสี่ แต่โจทก์ทั้งสองยื่นอุทธรณ์ ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษากลับเห็นว่าจำเลยทั้งสี่ กระทำผิดตามฟ้องให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสี่คนละ 3 ปี ลดโทษให้ 1ใน 3 คงจำคุกจำเลยคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา

แต่จำเลยทั้ง 4 คน ยื่นฎีกา และยื่นคำร้องอ้างว่า มีพยานหลักฐานใหม่ในคดีขอให้ศาลฎีกาพิจารณาและมีคำพิพากษาใหม่ และทนายความยื่นใบรับรองแพทย์อ้างว่า นายธาริต จำเลยที่ 1 ติดเชื้อโควิด รวมทั้ง นางพะเยาว์ อัคฮาด แม่ของ น.ส.กมลเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม ได้ยื่นคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามในฐานะผู้เสียหายในคดีด้วย

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าทนายจำเลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอส่งสำนวนคืนศาลฎีกา กรณีจึงไม่อาจอ่านคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาลฎีกาได้ จึงให้ส่งคำร้องขอส่งสำนวนคืนศาลฎีกาและคำร้องขอเข้าเป็นคู่ความฝ่ายที่สามดังกล่าวให้ศาลฎีกาพิจารณาและนัดอ่านคำพิพากษาฎีกาวันที่ 9 ธ.ค. เวลา 09.00 น.

อย่างไรก็ตามศาลได้แจ้งว่า หากจำเลยที่ 1 ใช้เหตุผลการป่วยในการขอเลื่อนการฟังคำสั่งคดีอีกในครั้งหน้า ศาลจะไม่อนุญาตแล้วจะไต่สวนทันที และห้ามใช้เทคนิคทางกฎหมายมาขัดขวางการอ่านคำพิพากษาของศาลอีก