"หากเศรษฐกิจทั้งประเทศดีขึ้นก็จะเป็นการผลักดันให้ทุกอย่างดีขึ้น โดยจะต้องเป็นทุนนิยมที่มีหัวใจ การปรับขึ้นค่าแรงต้องปรับขึ้นเมื่อเศรษฐกิจของประเทศพร้อม วันนี้ค่าแรงยังไม่สามารถขึ้น 600 บาทได้ เพราะเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ดี แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจดีขึ้นทุกอย่างจะปรับขึ้นตาม พร้อมย้ำว่าไม่ใช่การใช้งบประมาณ ดังนั้นจึงไม่ใช่ว่าเพื่อไทยเป็นรัฐบาลแล้วจะขึ้นค่าแรง 600 บาท ทันที แต่จะเป็นการสร้างเศรษฐให้ดีแล้วค่อยปรับขึ้นค่าแรงแบบขั้นบันได" น.ส.แพรทองธาร กล่าว
นายแพทย์พรหมินทร์ กล่าวว่า ตัวชี้วัดของพรรคเพื่อไทยคำนึงถึงรายได้ประชาชนรายได้ประเทศที่ยังต่ำและสังคมมีความเหลื่อมล้ำอยู่ จึงตั้งเป้าเพิ่มรายได้ลดรายจ่าย ซึ่งจุดยืนของพรรคเพื่อไทย คือการสร้างรายได้ทั้งระบบ เศรษฐกิจจะดีขึ้นได้ต้องสร้างรายได้และมีรายได้ใหม่ รัฐบาลจึงจะมีภาษีให้เก็บ แต่วันนี้รัฐบาลเก็บภาษีไม่ได้ หรือเก็บได้ต่ำกว่าเป้า จึงต้องขยายเพดานกู้
ดังนั้นภาคเอกชนที่มีความเห็นขอให้ชัดเจนว่ารัฐบาลเพื่อไทยเก็บภาษีจากกำไรเอกชน 20% หมายความว่าเราถือหุ้นของเอกชน 20% เช่นกัน จึงต้องทำให้ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโตไปด้วยกัน การขึ้นค่าแรงจะดำเนินการเป็นขั้นตอน เพราะตระหนักดีว่า การขึ้นค่าแรงเป็นแบบไตรภาคี ยืนยันว่าไม่มีการทำลายระบบเศรษฐกิจ ทุกอย่างต้องขยับไปด้วยกันเป็นขั้นตอนที่สำคัญต้องทำให้มีรายได้ก่อน