นอกจากนี้รัฐควรปรับนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวใหม่ จากปัจจุบันกระตุ้นให้เกิดความต้องการของตลาดด้านเดียว เช่น โครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” แต่ไม่ได้กระตุ้นฝั่งผู้ให้บริการที่จะรองรับนักท่องเที่ยว หรือไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการในวงกว้างมีความสามารถในการรองรับตลาด ผลประโยชน์จึงไปตกเฉพาะทุนใหญ่ รวมทั้งหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบมักจะใช้งบประมาณจำนวนมากในการจัดกิจกรรมหรืออีเวนท์กระตุ้นการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาพบว่าไม่ประสบความสำเร็จ ดังนั้นจึงควรทบทวนเอางบประมาณส่วนนี้ ไปปรับปรุงพื้นที่ท่องเที่ยวให้สวยงามขึ้นจะดีกว่าหรือไม่ เพราะจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในภาพรวมมากกว่า
ด้านนายพงศ์พรหม กล่าวว่า รัฐบาลดำเนินนโยบายการท่องเที่ยวล้มเหลวมาตลอด เพราะเอาปริมาณนักท่องเที่ยวและการเติบโตของรายได้เป็นตัวตั้ง แต่ไม่ได้มองลึกลงไปว่ารายได้ที่เกิดขึ้นนั้นไปสู่คนกลุ่มไหน วันนี้ผู้ได้ประโยชน์ส่วนใหญ่คือทุนขนาดใหญ่ โรงแรมขนาดใหญ่ ไม่ได้เกิดกับกิจการขนาดเล็กหรือชุมชนในวงกว้าง ดังนั้นวันนี้นโยบายการท่องเที่ยวต้องเปลี่ยนใหม่ ต้องวัดกันที่เม็ดเงินที่เกิดขึ้นนั้นไปก่อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการรายย่อยหรือชุมชุนหรือไม่ ซึ่งการวัดแบบนี้จะเป็นการทำให้การท่องเที่ยวเป็นเครื่องมือในการฟื้นเศรษฐกิจประเทศไทยอย่างแท้จริง
“วันนี้นักท่องเที่ยวไปกระจุกตัวอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวเดิมๆ เราต้องทำให้นักท่องเที่ยวกระจายไปยังพื้นที่ใหม่ๆในชุมชนใหม่ๆ เช่นที่กรุงเทพฯ แทนที่จะเที่ยวที่เยาวราชเท่านั้น ทำไมเราไม่โปรโมทให้เขาไปเที่ยวเรียนรู้วัฒนธรรม มอญทาวน์ ออฟ เอเชีย ที่สมุทรปราการ ไปเที่ยวชมพหุวัฒนธรรมที่เขตหนองจอก คลองสามวา มีนบุรีที่บรรยากาศยังมีกลิ่นอายความเป็นกรุงเทพฯเมื่ออดีต เพื่อกระจายรายได้ให้ถึงชุมชนในวงกว้าง” นายพงศ์พรหมกล่าว