สุรากลั่นและสุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ ขนาดเล็ก (SME)
กฎเดิม : ต้องเป็นสหกรณ์วิสาหกิจชุมชนองค์กรเกษตรกรห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลหรือบริษัทใช้เครื่องจักรต่ำกว่า 5 แรงม้า
กฎใหม่ : โรงสุราการและสุราแช่ที่ไม่ใช่เบียร์ขนาดเล็กยังใช้หลักเกณฑ์เหมือนเดิมและถ้าผลิตสุรามาแล้วหนึ่งปีโดยไม่มีการกระทำผิดกฏหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิตสามารถขยายขนาดโรงงานได้ต่ำกว่า 50 แรงม้า
สุราแช่ขนาดใหญ่ (อุตสาหกรรม)
กฎเดิม : เป็นบริษัทตามกฏหมายไทยมีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยไม่น้อยกว่า 51%
กฎใหม่ : เป็นโรงงานตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานและปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและกฎหมายเกี่ยวกับการสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง
“สิ่งที่พรรคก้าวไกล เสนอใน. ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. 2565(สุราก้าวหน้า) ได้ข้อเสนอให้ผู้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ให้ทำเพียงแค่ “จดแจ้ง” รายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิต และปริมาณการผลิตเท่านั้น อาจเป็นช่องโหว่ที่เสี่ยง ให้การเกิดอันตรายต่อสุขภาพของผู้บริโภคที่อาจเกิดจากกระบวนการผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ทุกอย่างก็ยังอยู่ในกระบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สามารถเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยได้ตามปกติขั้นตอน
ส่วนในฝ่ายบริหาร ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ตามที่ผู้เกี่ยวข้องเสนอ และ ครม. มีมติประกาศกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 การอนุญาตให้ผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า รัฐบาลให้ความสำคัญคือ ต้องมีมาตรการควบคุมคุณภาพและสุขอนามัยในการผลิต สถานที่ผลิตที่จะไม่ก่อความเดือดร้อนรำคาญให้ผู้อื่นในชุมชน และสุราที่ผลิตจะต้องปลอดภัยมีคุณภาพได้มาตรฐาน” น.ส.ทิพานัน กล่าว
นอกจากนี้มาตรการต่างๆ ในกฎกระทรวงยังมีการคำนึงถึงการป้องกันและลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมจากกระบวนการผลิต เป็นกฎหมายที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งผู้ผลิต ผู้บริโภค และกลุ่มที่ไม่ใช่ผู้บริโภค อีกทั้งยังคำนึงถึงความปลอดภัยในสังคม มุ่งหวังที่จะส่งเสริมภูมิปัญาท้องถิ่น ผู้ผลิตสุรารายใหม่สามารถเข้าสู่ธุรกิจสุราได้ง่ายขึ้นและผู้ผลิตสุราขนาดเล็กรายเดิมสามารถเติบโตได้ภายใต้การกำกับดูแลเรื่องคุณภาพสุราและสิ่งแวดล้อม ที่ต้องคำนึงถึงผลได้ผลเสียของผู้บริโภคเป็นสำคัญด้วย
น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า การทำงานการเมืองของนายพิธา ควรกลัดกระดุมเม็ดแรกที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่มุ่งผลดีต่อพรรคการเมืองตนเอง การออกมาวิจารณ์กฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ.2565 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ได้รับฟังความคิดเห็นประชาชนมาแล้ว ออกมาบังคับใช้ปลดล็อคการผลิตเพี่อการค้าและการผลิตเพื่อบริโภค รวมถึงสามารถใช้ได้ทันที ทันสมัย รอบคอบ และที่สำคัญไม่ได้มีการตัดหน้าใคร แต่ตัดสินใจทำ เพื่อชาติและประชาชนอย่างแท้จร