svasdssvasds
เนชั่นทีวี

การเมือง

สูตรนายกฯคนละครึ่ง"หวังดีประสงค์ร้าย"-ลดแกร่ง 3ป.

25 ตุลาคม 2565

"วันวิชิต บุญโปร่ง"มองสูตรนายกฯคนละครึ่ง หวังดีประสงค์ร้าย-ลดความแข็งแกร่ง 3ป. ชี้ดีล"พปชร.-เพื่อไทย"ต้องดูตัวเลขคณิตศาสตร์ มองพท.โอกาสแลนด์สไลด์มี แต่เสี่ยงสงครามภายใน ชี้อนาคตการเมืองความขัดแย้งยังไม่คลาย แถมพรรคการเมืองต้องฟังแฟนคลับมากขึ้น

"ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง" อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกถึงความเป็นไปได้ของสูตรนายกฯคนละครึ่ง ผ่าน "ข่าวข้นคนข่าว" ว่า เป็นสูตรที่หวังดีประสงค์ร้าย ทำให้พลังประชารัฐต้องตัดสินใจเร็ว ว่าจะเล่นเกมตามฝ่ายค้านหรือไม่ นั่นคือการโดดเดี่ยว "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำให้พลังประชารัฐสามารถจับขั้วผสมรัฐบาลได้ง่ายขึ้น ดังนั้น การเล่นเกมโดดเดี่ยว พล.อ.ประยุทธ์ แล้วชู "พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ" พลังประชารัฐสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง

 

ผศ.วันวิชิต บุญโปร่ง อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต

 

ผศ.วันวิชิต อธิบายต่อว่า อีกทางหนึ่ง สูตรหวังดีประสงค์ร้ายที่ว่านี้ คือ ฝ่ายค้านมองว่าชื่อชั้นของ พล.อ.ประวิตร ในการแข่งขันหาเสียง ภาพอาจจะไม่ตอบโจทย์ชนชั้นกลางในหลายพื้นที่ รวมถึงภาพลักษณ์ของพลังประชารัฐที่มีความแตกภายใน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้ลดทอนความแข็งแกร่งเครือข่าย 3ป.

ส่วนกระแสข่าวดีลระหว่างพลังประชารัฐกับเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า อ.วันวิชิต บอกว่า ต้องดูตัวเลขคณิตศาสตร์ทางการเมืองว่าพลังประชารัฐจะได้ตัวเลขจริงเท่าไหร่ ถ้าได้ส.ส.ต่ำกว่า 40-50 ที่นั่ง ก็ไม่มีอำนาจต่อรอง และการจะหวังตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงหลัก เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ก็เป็นไปได้ยาก

 

ขณะที่ฝ่ายค้านก็ต้องการยืนธงกลุ่มพรรคแนวประชาธิปไตย อย่าง ประชาชาติ ก้าวไกล เสรีรวมไทย ว่ามีตัวเลขเพียงพอหรือไม่ในการจัดตั้งรัฐบาล ยกตัวอย่างเช่น เพื่อไทยรวมกับพรรคที่กล่าวมาแล้วได้เกิน 250 ที่นั่ง บวกกับพลังประชารัฐอีก ได้เกิน 300 ที่นั่ง 

 

ขณะเดียวกันหากเล่นการเมืองอย่างสร้างสรรค์ยังมีภูมิใจไทยที่สามารถคุยกันได้ เพราะหากตัวเลขรวมกันได้เกิน 350 ที่นั่ง อย่างน้อยก็สามารถนำไปกดดันวุฒิสมาชิกได้อีก ถือเป็นการปิดทางพล.อ.ประยุทธ์  คัมแบ็ก

สำหรับโอกาสแลนด์สไลด์ของพรรคเพื่อไทย มองว่ายังมี แต่เพื่อไทยต้องเร่งเกมเร็ว และไวในการเปิดชื่อแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 รายชื่อ การประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งในเขตต่างๆ ต้องชัดเจน  รวมถึงเปิดชื่อคนไหลเข้า เป็นการเสริมภาพความเชื่อมั่น แต่เพื่อไทยยังต้องพบกับปัญหาและปวดหัวกับการจัดสรรบัญชีรายชื่อ ซึ่งประเด็นนี้อาจจะทำให้เกิดเป็นสงครามกันภายในพรรคได้

 

ส่วนภาพรวมการเมืองหลังการเลือกตั้ง มองว่าความขัดแย้งยังดำรงอยู่ เห็นได้ชัดพรรคการเมืองขนาดใหญ่จะประสบปัญหาอย่างหนัก โดยเฉพาะพรรคที่ประชาชนเป็นเจ้าของหรือมีส่วนร่วม อย่างพรรคเพื่อไทย จะเห็นว่าใครจะเข้ามาต้องได้รับการยอมรับจากแฟนคลับ ฐานเสียง เช่น กรณีของ "ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า" เพื่อไทยต้องดึงเชง ดูกระแสสังคมก่อน

 

ทั้งนี้ แต่อีกแง่เป็นนิมิตหมายอันดี ที่ประชาชนต้องการเข้ามามีส่วนร่วมพรรคการเมือง ดังนั้น การเมืองในอนาคตนักการเมืองต้องฟังประชาชน  เพราะประชาชนรู้ทันนักการเมือง และตกผลึกแล้วว่า การเมืองควรมูฟออนไปทางไหน