และเมื่อเข้าใกล้สู่ช่วงปลายรัฐบาล คสช. ปี 61 "หม่อมอุ๋ย" ได้เขียนบทความ "8 เหตุผล ที่ไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ อีก" โดยเน้นไปยังประเด็นเอื้อนายทุนและคนสนิทที่ร่วมกันตั้งบรรษัทน้ำมันแห่งชาติ
ทำให้ "บิ๊กตู่" ควันออกหู ออกมาแก้ข่าวเรื่องนี้ พร้อมยืนยันไม่เป็นความจริง หรือแม้กระทั่งพี่ใหญ่ประวิตร ก็ออกมาตอบโต้ว่าเป็น "พูดส่งเดช ไม่มีเลย ไปตั้งบริษัทน้ำมันที่ไหน ไม่มีหรอก พูดไปเรื่อย คนไม่ชอบกันส่วนตัว"
ภาพจึงสะท้อนชัดไปถึงอนาคตและยิ่งตอกย้ำว่าคู่นี้ "ไม่มีวันจะมาบรรจบกันได้อีก"
หรือไล่ล้วงลึกลงไปอีก "หม่อมอุ๋ย" ใช้ว่าเพิ่งมาคลุกคลีแวดวงการเมือง เพราะในปี 2533 ได้รับแต่งตั้งเป็นโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก่อนต่อมาได้รับการแต่งตั้งเป็น รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาลของ "อานันท์ ปันยารชุน"
และช่วงปี 2534 "หม่อมอุ๋ย" ได้รับแต่งตั้งอีกครั้ง ในรัฐบาลของ "พล.อ.สุจินดา คราประยูร" และได้รับการแต่งตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา ช่วงปี 2535-2536
ต่อมาในช่วงภายหลังการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี 2549 ในสมัยรัฐบาล "พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์" โดย “หม่อมอุ๋ย” ได้รับตำแหน่งรองนายกฯ และรมว.คลัง ต่อมาได้ยื่นใบลาออกเมื่อ 28 ก.พ. 2550 โดยเหตุผลการลาออกครั้งนั้น สืบเนื่องมาจากความไม่พอใจในการนำคนจากรัฐบาลที่แล้ว (สมคิด จาตุศรีพิทักษ์) มาทำงาน และการดำเนินงานของรัฐมนตรีบางคนที่เอื้อประโยชน์ให้สื่อบางรายเป็นการเฉพาะ
เห็นได้ว่าเส้นทางการเมือง "หม่อมอุ๋ย" วนเวียน วนเวียน กับรัฐบาลที่มาจากการรัฐประหาร ดังนั้น ต้องจับตาว่าชื่อที่มาปรากฏคราวนี้ ม.ร.ว.ปรีดียาธร จะตัดสินใจอย่างไร หรือแค่เพียงโยนชื่อถามทาง กับก้าวจังหวะรัฐบาลลุงตู่ ที่อยู่ช่วงอาการโซเซ