อย่างไรก็ตาม ทันทีที่นายเนวิน พูดเรื่องลูกศิษย์เป็นนายกรัฐมนตรี ก็มีการชูมือนายอนุทินขึ้นมา พร้อมเสียงเฮดีใจ
จากนั้น นายเนวิน กล่าวอีกว่า ถ้าการรณรงค์เลือกตั้งครั้งหน้า ไม่สู้ให้นายอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรี ตนก็จะลาออกจากครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณในทุกพรและทุกคน ขอให้ทุกคนมีความสุขและชนะเลือกตั้ง ยินดีต้อนรับ ส.ส.ทุกคนที่กำลังจะเดินเข้ามาเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย แล้วลงสนามเลือกตั้งไปด้วยกัน เป้าหมายอย่างที่หัวหน้าพรรคพูดไว้ต้อง 100 ขึ้น
ก่อนที่ นายเนวิน ไปนั่งโต๊ะพูดคุยกับ ส.ส.พลังประชารัฐ ที่มาร่วมอวยพรวันเกิด ซึ่งสื่อมวลชนได้สอบถาม นายสุชาติ อุสาหะ ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ ว่าได้ขออนุญาต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แล้วหรือไม่
ทำให้นายเนวิน หันกลับมาตอบทันทีว่า "มางานวันเกิดผมต้องขออนุญาตด้วยหรือ ที นายสุชาติ ชมกลิ่น ผู้อำนวยการพรรคพลังประชารัฐ ยังเดินทางไปอวยพรวันเกิด นายวัน อยู่บำรุง ส.ส. กทม. เพื่อไทย ไม่เห็นต้องขออนุญาต พล.อ.ประวิตร วันนี้วันเกิดไม่อยากพูดอะไรที่เป็นประเด็นทางการเมือง"
สื่อมวลชนก็ถามอีกหลายคำถามว่า การเดินทางมาอวยพรแบบนี้หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐจะเครียดหรือไม่ นายเนวิน กล่าวว่า "ผมเป็นครูใหญ่พรรคภูมิใจไทย จะไปสามารถตอบแทนหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐได้อย่างไร และให้ไปดูวันที่ 2 ต.ค. ซึ่งเป็นการแข่งขันโมโตจีพี 2022 มี ส.ส. พรรคอื่นเดินทางมาเยอะกว่านี้อีก 5 เท่า"
ส่วนการส่ง "นายไชยชนก ชิดชอบ" ลูกชายคนโต ลงชิงเก้าอี้ ส.ส. ใน จ.บุรีรัมย์ นั้น ส่วนตัวไม่จำเป็นต้องติวเข้มอะไร เพราะทุกอย่างรู้และเห็นจากประสบการณ์หมดแล้ว ส่วนการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ อยู่ที่ประชาชนจะเลือก แต่สิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย หรือพรรคไหน ต้องฟังเสียงประชาชน แล้ววันนั้นจะเป็นวันตัดสินใจ
"อยากให้คนไทยรักสามัคคี ไม่แตกแยกกัน ทุกอย่างอยู่ที่ผู้สื่อข่าว จะเขียนและนำเสนอ หากสื่อทำให้รักกัน คนก็รักกัน แต่หากทำให้ทะเลาะกัน คนก็ทะเลาะกัน ซึ่งวันนี้อยากเห็นคนรักกัน" นายเนวิน ระบุ
เมื่อถามว่า พรรคภูมิใจไทยจะได้เป็นรัฐบาลหรือไม่ นายเนวิน ตอบว่า "ถึงเวลารู้เอง" ก่อนสื่อแซวว่า นี่ถือเป็นการพูดเรื่องการเมืองในรอบหลายปีหรือไม่ นายเนวิน กล่าวว่า ตนพูดเรื่องการเมืองเยอะแล้ว ขอสื่อเสนอให้เป็นบวก พร้อมย้ำว่าคนภูมิใจไทยหัวใจเข็มแข็งทุกคน เพราะหัวใจคือประชาชน
ส่วนการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ ถึงเวลาที่พลเรือนจะถูกเลือกหรือไม่ นายเนวิน ระบุว่า อยู่ที่ประชาชน ตนตอบแทนประชาชนไม่ได้ พรรคไหนชนะก็พรรคนั้นได้เป็น ทุกอย่างอยู่ที่ศรัทธาประชาชน