"คุณหญิงสุดารัตน์" กล่าวว่าได้รับเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่อ.สันป่าตอง และอ.หางดง ซึ่งที่เป็นพื้นที่ปลายน้ำ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี ซึ่งปีนี้ในปีนี้น้ำท่วมเป็นรอบที่ 6 มาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม หนักสุดในรอบ 10 ปี
เนื่องจากปริมาณน้ำจากแม่น้ำปิง มีปริมาณน้ำสูงกว่าแม่น้ำสาขา จึงไม่สามารถไหลมาบรรจบ ประกอบกับป่าไหลหลาก จึงเอ่อล้นท่วมเข้าท่วมบ้านเรือน และพื้นที่การเกษตรของพี่น้องประชาชนในหลายอำเภอของจังหวัดเชียงใหม่
ขณะที่จังหวัดลำพูน เนื่องจากป่าไม้ไม่ได้อุดมสมบูรณ์ จึงทำให้น้ำไหลเร็ว และนำกิ่งไม้ไหลลงสู่แม่น้ำทา สร้างความเสียหายให้กับคอสะพาน และกัดเซาะดิน ทำให้ชาวบ้านต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมในทุกปี
"คุณหญิงสุดารัตน์" กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลกระทบจากน้ำท่วม นอกจากพี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนจากความเสียหายของบ้านเรือน และพื้นที่ทางการเกษตรเป็นจำนวนมากแล้ว สิ่งที่สำคัญคือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ซ้ำเติมพี่น้องประชาชนในยุคข้าวยากหมากแพง
โดยปัญหาดังกล่าว เกิดจากการขาดการบูรณาการแก้ไขปัญหาการจัดการน้ำร่วมกันอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพราะหากมีการบริหารจัดการน้ำ เพื่อสร้างฝ้ายชะลอน้ำ และอ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง จะสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ และใช้งบประมาณไม่มาก หากแต่ต้องเอาใจใส่ในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
"พรรคไทยสร้างไทย" จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในจังหวัดเชียงใหม่ ที่พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบทุกปี โดยต้องเร่งชดเชยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ทั้งทางด้านทรัพย์สิน และทางด้านจิตใจ รวมถึงต้องสร้างเขื่อนเรียงหินตลิ่งลำน้ำแม่ขาน เพื่อป้องกัน และบรรเทาปัญหาน้ำท่วมตามลำน้ำต่างๆ
โดยพรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศนโยบายแก้ไขปัญหาน้ำท่วม-น้ำแล้ง อย่างยั่งยืนโดยยกเป็น "วาระแห่งชาติ" วางเป้าหมายแก้ความยากจน สร้างเศรษฐกิจ และช่วยยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้ประชาชน