ล่าสุด คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 1 ได้นัดประชุมเรื่องดังกล่าว ในวันที่ 13 ก.ย. 65 นี้ โดยขอให้สำนักงาน กสทช. ส่งผู้แทนเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมด้วย ซึ่งสำนักงาน กสทช. ได้ส่ง นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. พร้อมนายสุทธิศักดิ์ ตันตะโยธิน รองเลขาธิการ กสทช.
สำหรับคณะกรรมการกฤษฏีกา คณะที่ 1 พบว่า "นายมีชัย ฤชุพันธุ์" เป็นประธานกรรมการ ส่วนคณะกรรมการ ประกอบด้วย นายอารีย์ วงศ์อารยะ นายอาษา เมฆสวรรค์ นายสุรชัย ภู่ประเสริฐ กรรมการ
นายปรีชา วัชราภัย นายประสพสุข บุญเดช นายดิสทัต โหตระกิตย์ นายทศพร ศิริสัมพันธ์ หม่อมหลวงไกรฤกษ์ เกษมสันต์
ทั้งนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจอีกประการ เกี่ยวกับการชี้อำนาจของกสทช. เพราะ ก่อนหน้านี้ "นายณภัทร วินิจฉัยกุล" อดีตกรรมการติดตามการปฏิบัติหน้าที่ หรือ "ซูเปอร์บอร์ด กสทช." ได้ยื่นหนังสือถึงศาลปกครอง ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับหรือหยุดใช้ประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการกำกับดูแลการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ 4 ธ.ค.2565 เอาไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษา
กระทั่ง ศาลปกครองมีคำสั่งให้ "ยกคำร้อง" ด้วยเหตุผลที่ว่า "หากผู้ถูกฟ้องคดี (กสทช.) พิจารณาเห็นว่าการรวมธุรกิจดังกล่าวอาจส่งผลให้เกิดการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการให้บริการโทรคมนาคม ผู้ถูกฟ้องคดี (กสทช.) ก็มีอำนาจสั่งห้ามการรวมธุรกิจได้" ซึ่งเท่ากับว่าศาลปกครองกลางชี้ชัดว่า กสทช. มีอำนาจในการพิจารณากรณีควบรวม TRUE กับ DTAC
ขณะที่กลุ่มพลเมืองเสรีภาพและการสื่อสาร ได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงาน กสทช. ขอให้พิจารณาการควบรวมธุรกิจระหว่าง บริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตามอำนาจของ กสทช.อย่างถูกต้องและเป็นธรรม.