ทั้งนี้ประชาชนคิดว่าการทำตามสัญญาที่หาเสียงไว้ของพรรคการเมืองและ ส.ส. มีผลต่อการตัดสินใจในการเลือกตั้งครั้งต่อไปอย่างมากสูงถึงร้อยละ 90.84 และสถานการณ์การเมืองไทยหลังจากนี้จะร้อนแรงมากขึ้น ร้อยละ 68.29
โดยการเมืองเชิงสร้างสรรค์ที่ประชาชนอยากเห็นคือ นักการเมืองต้องทำประโยชน์เพื่อประเทศชาติและประชาชน ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ร้อยละ 24.35
นางสาวพรพรรณ บัวทอง นักวิจัย สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ให้ความเห็นว่า ประชาชนมองว่าความเคลื่อนไหวทางการเมืองในช่วงนี้เป็นการส่งสัญญาณของการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งในการตัดสินใจเลือกผู้แทนครั้งนี้ ประชาชนจะให้ความสำคัญกับ “พรรคที่สังกัด” มาเป็นอันดับแรก จึงได้เห็นการขยับตัวของพรรคการเมืองทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ชัดเจนยิ่งขึ้น
แต่ไม่ว่าจะงัดยุทธวิธีใด หากนักการเมืองไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน คาดว่าเลือกตั้งครั้งใหม่น่าจะไม่ง่ายนัก เพราะประชาชนมองเชื่อมโยงไปยังผลงานที่ผ่านมา รวมไปถึงยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจ ไม่ว่าจะเป็นตัวบุคคล นิสัยใจคอ การเข้าถึงพื้นที่ ฯลฯ ผลโพลในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณจากประชาชนส่งถึงไปยังนักการเมืองด้วยเช่นกัน