ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ประสานงานกลุ่มแคร์ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย เห็นพ้อง เป็นไปได้ยากมากที่นายอนุทิน จะได้นั่งเก้าอี้นายกฯตามบัญชีรายชื่อ เพราะต้องใช้เสียงสนับสนุนมากถึง 376 เสียง อีกทั้งพรรคอื่นก็คงไม่ยอม เพราะเป็นการติดปีกให้พรรคภูมิใจไทย ขณะที่พล.อ.ประวิตร หากจะนั่งเก้าอี้นายกฯคนนอก ก็ต้องผ่านด่านหินเช่นกัน ต้องอาศัยเสียงสนับสนุนจากสองสภามากถึง 500 เสียง
นพ.สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ตนเป็นห่วงมากที่สุด คือการเกิดสุญญากาศทางการเมืองหากพล.อ.ประยุทธ์ ถูกตอกฝาโลงถาวร เพราะยังต้องมาตีความกันอีก คนนั่งรักษาการนายกฯสามารถยุบสภาได้หรือไม่ ประกอบกับกฎหมายลูกที่จะใช้เลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ สุดท้ายอาจจะนำพาการเมืองไปสูเดดล็อก จนกระทั่งนำไปสู่นายกรัฐมนตรีนอกลิสต์ที่เป็นคนอื่น นอกเหนือจากพล.อ.ประวิตร ซึ่งถ้าสังคมทุกฝ่ายยอมรับก็จะผ่านไปได้ แต่ถ้าไม่ยอมรับปัญหาหาอื่นก็จะตามมาอีกเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม สำหรับบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญ 2560 ในมาตรา 272 วรรคสอง เขียนว่า หากมีกรณีไม่อาจแต่งตั้งนายกฯ จากบุคคลที่เป็น "นายกฯในบัญชี" ของแต่ละพรรคการเมืองได้ สมาชิกทั้ง 2 สภา (ส.ส.-ส.ว.) รวมกันเท่าที่มีอยู่ สามารถเข้าชื่อต่อประธานรัฐสภา ให้รัฐสภามีมติยกเว้นไม่ต้องเสนอชื่อ นายกฯในบัญชี ของแต่ละพรรคได้ หลังจากนั้นประธานรัฐสภาต้องจัดให้ประชุมร่วม ส.ส. และ ส.ว. หากมีมติไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ให้ยกเว้นได้ ก็ให้ดำเนินการโหวตนายกฯ โดยจะเสนอชื่อผู้ที่เป็น นายกฯในบัญชี ของแต่ละพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้