ส่วนนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาภายในวันที่ 22 ส.ค. ก่อนที่จะครบวาระหรือไม่นั้น เหตุผลหลัก คือ ฝ่ายบริหารมีความขัดแย้งกับฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ขณะนี้ไม่มีข้อขัดแย้งใดๆ ดังนั้น จึงมองเป็นอื่นไม่ได้ หากมีการยุบสภาในวันที่ 22 ส.ค. ก็เพื่อต้องการรักษาอำนาจให้อยู่ยาว แต่ก็จะทำให้เกิดแรงต้านของประชาชนมากขึ้นและที่สำคัญจะเกิดสุญญากาศทางการเมือง
"หากพล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจยุบสภา ก็จะทำให้ไม่มีกฎหมายเลือกตั้งใช้ และกฎหมายดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการนำขึ้นทูลเกล้าฯ จึงภาวนาอย่าให้มีการตัดสินใจเช่นนั้น" นพ.ชลน่าน กล่าว
ทั้งนี้ หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่านายกฯ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ต่อ เพราะอยู่ครบ 8 ปีตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ยังสามารถเข้ามารักษาการได้อยู่ เนื่องจากตามรัฐธรรมนูญ มี 4 กรณีเท่านั้น ที่นายกฯไม่สามารถรักษาการได้ คือ มีลักษณะต้องห้าม ไม่มีความซื่อสัตย์เป็นที่ประจักษ์หรือพบการทุจริต หรือฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง และสุดท้าย การทำผิดตามมาตรา 144 ใช้งบประมาณในทางมิชอบ