สุพจน์ ขอความเป็นธรรมกลับความเห็นปม 8 ปี นายก
รายการช่วงที่สอง เชิญ "นายสุพจน์ ไข่มุกด์" อดีตรองประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ตอบถึงถ้อยคำที่ระบุอยู่ใน รายงาน ความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตราของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่บันทึกความเห็นของ ไว้ว่า "หากนายกรัฐมนตรีอยู่ก่อน ปี 2560 ก็ต้องนำมานับด้วย"
"วราวิทย์" ถามว่าตอนที่ให้ความเห็น ว่าควรนับระยะเวลาก่อนที่รัฐธรรมนูญปี 2560 บังคับใช้ อาจารย์ได้มองถึง มาตรา 158 หรือไม่จึงให้ความเห็นไปแบบนั้น
"นายสุพจน์" ตอบว่า เป็นการสอบถามในวาระเริ่มแรก ที่ตั้งประเด็นขึ้นมาจาก"นายมีชัย ฤชุพันธ์" ประธาน กรธ. และกลายเป็นประเด็นขึ้นมาในขณะนี้ เมื่อมีการนำความเห็นของ ประธาน และรองประธานขึ้นมาซึ่งโดยข้อเท็จจริง ไม่ใช่มติแต่เป็นการหารือกันเท่านั้น
"การดำรงตำแห่นงจะอายุ 8 ปี ก็ต้องมาดูที่ รธน.มาตรา 158 และมาตรา 159 เพราะมีความเชื่อมโยงกัน ซึ่งต้องมีผู้รู้อธิบายถึงจะมีความกระจ่างชัด และบันทึกการประชุมก็หยิบมาแค่ 2 คนเท่านั้น ทั้งที่มีการให้ความเห็นหลายคนควรเอามาตีแผ่ รายงาน ความมุ่งหมาย เป็นรายงานการประชุมปกติ ที่ไม่ได้เป็นบันทึกลับแต่อย่างไร"
เมื่อ "วราวิทย์" ถามว่า มีคนเห็นค้านหรือไม่ในกรรมการร่างรธน.
"นายสุพจน์" กล่าวว่า จำไม่ได้ และเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าในที่ประชุมมีการตอบคำถามแบบนี้ด้วยหรือ ซึ่งย้ำว่าไม่ใช่มติ
"วราวิทย์" ถามในฐานะนักกฎหมายท่านหนึ่ง อาจารย์จะถูกมองว่าเป็นการเปลี่ยนวิธีการมองรัฐธรรมนูญ จากวันนั้นมาเป็นสถานการณ์วันนี้ มีตัวบุคคลเกี่ยวข้อง
"นายสุพจน์" กล่าวว่า ก็ต้องเป็นไปตาม รธน.มาตรา 158 ที่ระบุว่า นายกรัฐมนตรีต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งสภาผู้แทนราษฎร และให้ความเห็นชอบตามมาตรา 159 พร้อมทิ้งท้ายว่า "ให้ความเป็นธรรมกับผมบ้าง ผมมีจุดยืนของตนเอง"
เมื่อ "วราวิทย์" ถามว่า คิดว่ามีใครดิสเครดิสหรือไม่
"นายสุพจน์" กล่าวว่า ผมคาดเดาไม่ได้ แต่ก็ขอให้ดูเจตนารมณ์ และจุดมุ่งหมายของคนที่ปล่อยข่าวออกมา แต่เชื่อว่าศาลรธน.จะวินิจฉัยไม่ยาก เพราะจะตีความตามข้อเท็จจริงและข้อกฏหมาย ซึ่งการวินิจฉัยน่าจะใช้เวลาไม่มาก เพราะกรณีนี้เป็นการตีความตามข้อกฎหมาย ที่มีความชัดเจนอยู่แล้ว
อย่าใช้รัฐศาสตร์ ตีความกฎหมาย
รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน อดีตคณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กลับมาแสดงความเห็นในช่วงท้ายว่า ปัญหาทางกฎหมายไม่อาจเอาหลักรัฐศาสตร์มาใช้ได้ หากเอามาใช้ตามอำเภอใจ ก็จะเป็นปัญหาตามมามากมาย และไม่ควรให้บุคคลใดผูกขาดอำนาจมากเกินไป หรือฝากความหวังประเทศชาติไว้แค่คนใดคนหนึ่งเท่านั้น
"กรณีนี้หากมีการตีความ นักกฎหมายจะตีความด้วยความชอบธรรม เพราะหากการดำรงตำแหน่งเกินกว่า 24 สิงหาคม 2565 ก็จะกลายเป็นการขาดหลักการ จะหาคำอธิบายยากมาก ยกเว้นว่า มีอภินิหารเกิดขึ้นเท่านั้น" รศ.ดร.มุนินทร์ พงศาปาน กล่าวทิ้งท้าย