เปิดกลยุทธ์ฟอกเงินแปลงเป็น ETH – FBI ขอความร่วมมือเอกชนบล็อก Address
จากการทำงานร่วมกันระหว่าง FBI, หน่วยสืบราชการลับสหรัฐฯ (USSS) และหน่วยสืบสวนอาชญากรรมของกรมสรรพากรสหรัฐฯ (IRS-CI) พบว่า กลุ่มคนร้ายกำลังดำเนินการแปลงสินทรัพย์ที่ขโมยมาได้ไปเป็น Ethereum (ETH) เป็นหลัก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลธุรกรรมบนบล็อกเชน (On-chain) โดยในขั้นตอนต่อไป FBI คาดการณ์ว่าคนร้ายจะพยายามฟอกเงินผ่านระบบ DeFi และบริการ Instant Swap ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินในรอบถัดๆ ไป
พร้อมกันนี้ FBI ได้ขอความร่วมมือไปยังภาคเอกชนทุกประเภท ให้ช่วยกันระงับ (Block) ธุรกรรมที่มาจาก Address ของคนร้าย รวมถึงเงินที่ถูกโอนต่อมาจาก Address ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นผู้ให้บริการ THORChain node, ผู้ให้บริการ RPC node, บริการ Instant exchange, บริการ DeFi, บริษัทวิเคราะห์บล็อกเชน (Blockchain analytics) ตลอดจนผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลทุกประเภททั่วโลก โดยได้แนบรายชื่อ Address ของคนร้ายมาพร้อมกับประกาศฉบับนี้ด้วย
ใช้ความโปร่งใสบล็อกเชนล้อมจับ – จับตา THORChain และข้อควรระวังในไทย
ดร.พิชชาเพ็ญ ชี้ให้เห็นถึงประเด็นน่าสนใจว่า FBI กำลังนำความโปร่งใสของเทคโนโลยีบล็อกเชนมาใช้เป็นอาวุธ เนื่องจากทุก Address ปรากฏอยู่อย่างเปิดเผยบน Chain เมื่อทางการประกาศรายชื่อ Address ออกมา แพลตฟอร์มต่างๆ ในโลกก็สามารถช่วยกันปิดทางออกของเงินก้อนนี้ได้ แม้เงินจะถูกโอนหมุนเวียนกี่รอบ แต่ท้ายที่สุดต้องถูกนำมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริง (Fiat Money) ณ จุดใดจุดหนึ่ง ซึ่งจุดนั้นจะเป็นจุดที่ทางการสามารถเข้าจับกุมได้ ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ THORChain ซึ่งถูกระบุชื่อเป็นอันดับแรกในประกาศ เนื่องจากในเคส Bybit คนร้ายใช้ THORChain ในการฟอกเงินเป็นหลัก คำถามสำคัญของโลก DeFi ในรอบนี้จึงตกอยู่ที่การให้ความร่วมมือของ Node operator
สำหรับประเทศไทย กระดานเทรด (Exchange) และผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ควรนำรายชื่อชุด Address ของคนร้ายไปใส่ไว้ในระบบตรวจสอบ (Screening system) ทันที ขณะที่ประชาชนและนักลงทุนทั่วไป หากมีผู้มาเสนอขายเหรียญคริปโทฯ หรือ Ethereum ในราคาถูกผิดปกติในช่วงเวลานี้ ขอให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่เงินก้อนดังกล่าวจะไหลมาจากคดีนี้ และอาจส่งผลให้บัญชีสินทรัพย์ดิจิทัลของผู้รับซื้อโดนอายัดไปด้วย