เมื่อถามถึงความเป็นอิสระจากการถูกครอบงำทางการเมือง พบว่า ร้อยละ 42.99 ระบุว่า ค่อนข้างมีความเป็นอิสระ, ร้อยละ 25.46 ไม่ค่อยมีความเป็นอิสระ, ร้อยละ 22.32 มีความเป็นอิสระมาก, ร้อยละ 8.49 ไม่มีความเป็นอิสระเลย และร้อยละ 0.74 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ
เสียงส่วนใหญ่ค้านโยกงบเข้าสภา หวั่นกลายเป็นสื่อรัฐ
เมื่อถามกลุ่มผู้รับชมรายการถึงการเปลี่ยนแหล่งที่มาของงบประมาณ Thai PBS จากภาษีบาปเป็นงบประมาณรายปีที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 33.03 ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลง โดยให้เหตุผลว่า อาจขาดความเป็นอิสระในการเสนอข่าว (ร้อยละ 24.72), อาจถูกครอบงำโดยรัฐบาลและ/หรือนักการเมือง (ร้อยละ 24.54), ฝ่ายการเมืองอาจใช้อำนาจแทรกแซงเนื่องจากขาดอิสระทางการเงิน (ร้อยละ 18.27) และอาจกลายเป็นสื่อของรัฐ (ร้อยละ 16.42)
ขณะที่กลุ่มที่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงที่มาของงบประมาณมีร้อยละ 22.14 มองว่าจะช่วยให้เกิดการตรวจสอบประสิทธิภาพการใช้จ่าย (ร้อยละ 16.05), ทำให้ต้องพยายามใช้เงินภาษีอย่างคุ้มค่ามากขึ้น (ร้อยละ 14.21), ทำให้ระบบงบประมาณเหมือนองค์กรอื่นที่ขอเงินรัฐ (ร้อยละ 9.78) และช่วยให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรมกับสื่อช่องอื่น (ร้อยละ 8.86) ส่วนร้อยละ 7.56 กังวลว่าอาจส่งผลกระทบต่อรายการเพื่อสังคมที่ไม่สร้างกำไร และร้อยละ 1.48 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ หนุนเน้นเป็นกลาง ชี้ความเป็นอิสระสำคัญสุด
ด้านแนวทางการปรับปรุงองค์กร Thai PBS
ผู้รับชมเสนอแนะว่า ควรมุ่งเสนอข้อมูลข่าวสารอย่างเป็นอิสระและเป็นกลาง (ร้อยละ 60.33), ยอมรับการถูกตรวจสอบการใช้งบประมาณ (ร้อยละ 38.38), เปิดเผยการใช้งบประมาณต่อสาธารณะ (ร้อยละ 38.19), บริหารแบบเอกชนมากขึ้นเน้นกำไรและความอยู่รอด (ร้อยละ 15.13), ลดขนาดองค์กรลงเพื่อประหยัดงบ (ร้อยละ 13.47), เสนอประเด็นสังคมมากขึ้นแม้ไม่มีกำไร (ร้อยละ 11.81), ลดการพึ่งพางบจากรัฐ (ร้อยละ 10.33), ให้ความสำคัญกับการแข่งขันเพื่อเป็นที่หนึ่ง (ร้อยละ 3.51) และเปลี่ยนไปเป็นสื่อของรัฐ (ร้อยละ 2.03)
สำหรับความเป็นไปได้ในการมีสื่อสาธารณะไทยที่เป็นอิสระจากการครอบงำ ประชาชนมองว่าเป็นไปไม่ได้เลย (ร้อยละ 37.32), เป็นไปไม่ค่อยได้ (ร้อยละ 24.66), ค่อนข้างเป็นไปได้ (ร้อยละ 23.82) และเป็นไปได้มาก (ร้อยละ 12.75) ท้ายที่สุด
เมื่อถามถึงความสำคัญระหว่าง "ความเป็นอิสระ" กับ "ประสิทธิภาพการใช้จ่ายงบประมาณ" ของสื่อสาธารณะ ประชาชนส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 69.92 ระบุว่า ความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะมีความสำคัญมากกว่า ขณะที่ร้อยละ 27.94 ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ และร้อยละ 2.14 ไม่ทราบ/ไม่ตอบ