เนชั่นทีวี

ข่าว

สรุป 5 ประเด็นเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% "เควิน วอร์ช" กร้าวลุยเงินเฟ้อ ทรัมป์กดดัน-หุ้นสหรัฐฯ ร่วง

17 ก.ย. 2569 | apirak_pra

สรุป 5 ประเด็นเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% "เควิน วอร์ช" กร้าวลุยเงินเฟ้อ ทรัมป์กดดัน-หุ้นสหรัฐฯ ร่วง

สรุป 5 ประเด็นสำคัญหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ตามคาด ท่ามกลางการส่งสัญญาณกร้าวเดินหน้าสยบปัญหาเงินเฟ้อจาก เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งหนักทันที

สรุป 5 ประเด็นสำคัญหลังธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ตามคาด ท่ามกลางการส่งสัญญาณกร้าวเดินหน้าสยบปัญหาเงินเฟ้อจาก เควิน วอร์ช ประธานเฟดคนใหม่ ฉุดตลาดหุ้นนิวยอร์กดิ่งหนักทันที

KEY

POINTS

  • คณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เพื่อต่อสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ
  • ท่าทีที่แข็งกร้าวของนายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ส่งผลให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวร่วงลงอย่างรุนแรง โดยดัชนีดาวโจนส์ดิ่งลงกว่า 600 จุด
  • แผนภาพ Dot Plot ชี้ว่ากรรมการเฟดส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปีนี้
  • ประธานเฟดแสดงจุดยืนเป็นกลางทางการเมือง โดยเมินแรงกดดันจากประธานาธิบดีทรัมป์ และย้ำถึงความเป็นอิสระของธนาคารกลาง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) ได้เสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันพุธที่ 16 กันยายน 2569 โดยมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นอีก 0.25% ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ท่าทีอันแข็งกร้าวในการมุ่งมั่นปราบปรามปัญหาเงินเฟ้อของ นายเควิน วอร์ช ประธานเฟด ในการแถลงข่าว ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนให้สินทรัพย์เสี่ยงร่วงลงอย่างหนัก โดยสามารถสรุปประเด็นสำคัญได้ 5 ข้อ ดังนี้

 

เอกฉันท์ไร้เสียงคัดค้าน - รวมใจลุยสู้เงินเฟ้อ

 

แม้ก่อนหน้านี้ตลาดจะคาดการณ์ว่าอาจมีกรรมการบางท่านลงมติเห็นต่าง โดยเฉพาะ คริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ หนึ่งในผู้ว่าการเฟด แต่ผลการลงมติจริงปรากฏว่า กรรมการ FOMC ทั้ง 12 เสียง ต่างลงคะแนนเห็นพ้องเป็นเอกฉันท์ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเอกภาพในการดำเนินนโยบายการเงินช่วงนี้

ตลาดหุ้นผันผวนหนัก - ดาวโจนส์ร่วงกรูด 631 จุด

 

ความหวังของนักลงทุนที่คาดว่าเฟดจะใกล้ชิดกับการยุติวัฏจักรดอกเบี้ยขาขึ้นต้องพังทลายลง ทันทีที่การแถลงข่าวของวอร์ชเริ่มขึ้น ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ดิ่งลงทันที 631 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 2 ปี ซึ่งไวต่อทิศทางดอกเบี้ยเฟด พุ่งขึ้นกว่า 0.07% (7 basis points) เป็นการดิ่งลงของตลาดหุ้นที่รุนแรงคล้ายคลึงกับเหตุการณ์หลังการประชุมเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

 

แถลงสั้นกระชับ - ตอบคำถามสื่อเพียง 22 นาที

 

การแถลงนโยบายการเงินยุคของ เควิน วอร์ช ยังคงเน้นความสั้นและกระชับ โดยแถลงการณ์หลังการประชุมมีความยาวเพียง 130 คำ ซึ่งเป็นความยาวที่สั้นที่สุดเท่ากับรอบการประชุมเดือนมิถุนายน ขณะที่การเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนถามตอบคำถามหลังการประชุมใช้เวลาเพียง 22 นาที และเสร็จสิ้นการแถลงข่าวทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง

Dot Plot สั่งลุยขึ้นดอกเบี้ยต่อ - กรรมาธิการเห็นต่างระยะยาว

 

แผนภาพการคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยของเจ้าหน้าที่เฟด (Dot Plot) ชี้ให้เห็นว่า กรรมการ 16 จาก 18 ราย คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีกอย่างน้อย 1 ครั้งภายในปี 2026 นี้ แต่ทัศนคติในระยะยาวเริ่มมีความเห็นแย้ง โดยกรรมการ 8 รายคาดว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยอีกในปี 2027 ขณะที่ 10 รายมองว่าจะไม่มีการลดดอกเบี้ยเลยจนกระทั่งปี 2029

 

วางตัวเป็นกลาง - เมินแรงกดดันการเมืองจาก "ทรัมป์"

 

ประธานเฟดปฏิเสธที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับประเด็นการเมืองอย่างมีชั้นเชิง หลังจาก ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ออกมาขู่อีกครั้งว่าจะระงับการค้ากับบางประเทศหากเฟดไม่ยอมลดดอกเบี้ย โดยวอร์ชระบุสั้นๆ ว่า "ผมไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับการหารือกับประธานาธิบดี ความเป็นอิสระของธนาคารกลางคือการที่เราต้องอยู่ในเส้นทางของเราเอง ความเป็นอิสระถือเป็นถนนสองเลน"

 

นักวิเคราะห์จากหลายสถาบันการเงินมองตรงกันว่า แม้ว่าอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ จะอยู่ที่ระดับราว 4% และดัชนีราคาจากค่าใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (Core PCE) จะทรงตัวอยู่ที่ 3.5% แต่การส่งสัญญาณที่หนักแน่นของเควิน วอร์ช จะช่วยสร้างความชัดเจนและตอกย้ำบทบาทความเป็นอิสระของเฟดจากการเมืองได้อย่างแท้จริง
 

ข่าวล่าสุด