"เวลาโดนประชาชนสื่อมวลชน เขาไม่ได้พูดถึง ผอ.อธิบดี หรือผู้ตรวจคนไหน ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่กลับพูดว่าต้องเป็นคนที่มีอำนาจสูงสุดในกระทรวงมหาดไทย ที่จะทำเรื่องนี้ได้ เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง”
“เรื่องนี้ไม่ต้องกังวล ว่าจะไปบอกให้มีการยั้งมือหรือเว้นใครคนใดคนหนึ่ง หากการสืบสวนสอบสวนพาดพิงไปถึงใคร ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ต้องเร่งดำเนินการอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะถึงวาระโยกย้าย โดยอธิบดี ปภ.ที่เป็นประธานสอบสวนวินัยร้ายแรง ขอให้เร่งดำเนินการ หากไม่เรียบร้อย เดี๋ยวจะไม่ได้ไปโยธา"
นายอนุทิน กล่าวว่า ชัดอยู่แล้ว รับผิดชอบเรื่องนี้ก็ต้องรับทั้งผิดและทั้งชอบ และเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสะเทือนขวัญ น่าสยองสำหรับความเป็น รมว.มหาดไทยของตนเอง เพราะฉะนั้น ขอให้ดำเนินการอย่างเต็มที่ เข้าใจว่าการทำงานตรงนี้ มีกฎหมายต้องยึด ว่า ต้องเร่งรัด
"ผู้บังคับบัญชาระดับสูง ต้องมองขั้นตอนข้างหน้า ต้องเป็นอย่างนี้แน่นอน วิเคราะห์ต้องเป็นอย่างนี้เกี่ยวพันถึงคนนั้นคนนี้เท่าที่เราทำงานด้วยกันมาโดยเฉพาะกรณีนี้ ผมสงสัยตรงไหนไม่เคยหลุดซักเรื่อง แต่ท่านจะมากลัวว่าเดี๋ยวเขาจะฟ้องกลับ ฟ้องกลับยิ่งดี จะได้เปิดเผยทุกอย่างที่เราเข้าไปไม่ถึง เพราะกฎหมายอย่างไรก็ปกป้องคุ้มครองคนทำหน้าที่โดยสุจริต ไม่ให้ขยายเวลานะ ผมขอพูดตรงนี้ มีคนมาขอให้ผมขยายเวลาเรื่องนี้ เรื่องนี้ต้องจบภายในเวลาที่กำหนดไว้ ไม่มีทางให้เลย 30 ก.ย.เป็นอันขาด เพราะมันเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนหน้าที่ของคนหลายคน จึงขอให้ปลัดและรองปลัดที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันหารือร่วมกันเพื่อไปดำเนินการในคณะกรรมการไม่มีการปกป้องช่วยเหลือใคร เรื่องนี้ขอให้เร่งดำเนินการให้เสร็จ ให้ถือเป็นข้อสั่งการอย่างชัดเจน เวลาล่วงเลยมาขนาดนี้แล้วหน่วยงานอื่นไปไกลมากแล้ว ดังนั้นหน่วยงานเจ้าบ้านต้องเด็ดขาด"
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณีการทำหนังสือถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กรณี นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ คณะทำงานนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการทุจริตสอบท้องถิ่น นายอนุทิน ระบุว่า ผบ.ตร.ตอบกลับมาแล้ว แต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด