สำนักข่าวต่างประเทศอัปเดตสถานการณ์ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในประเทศเนปาล ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ครบรอบ 1 สัปดาห์หลังเกิดเหตุก้อนน้ำแข็งและหินก้อนมหึมาพังถล่มบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบต จนเกิดน้ำป่าไหลหลากและโคลนถล่มกวาดบ้านเรือนพังพินาศ โดยตำรวจเนปาลเปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิตที่กู้ร่างได้แล้วพุ่งสูงขึ้นเป็น 1,127 ราย โดยพบมากที่สุดในเขตจิตวัน (Chitwan) 348 ราย, นวาลปะราสีตะวันออก 217 ราย, นวาลปะราสีตะวันตก 190 ราย และนุวาโกต 155 ราย ขณะที่ยังคงมีผู้สูญหายอีกมากถึง 4,858 คน ด้านฝั่งทิเบตของจีน ยอดผู้เสียชีวิตยังคงอยู่ที่ 16 ราย และสูญหายอีก 546 คน
พณินทรา เปาเดล เจ้าหน้าที่ระดับสูงจากศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินแห่งชาติเนปาล ยอมรับว่า โอกาสที่จะพบผู้รอดชีวิตเพิ่มเติมเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ ท่ามกลางสภาพพื้นที่ที่ถูกโคลนและซากหินทับถม เช่นเดียวกับ พล.ท. บินอจ บาสเนต อดีตนายพลผู้นำคุมกู้ภัยเหตุดินแผ่นดินไหวปี 2015 ที่ระบุว่า ยิ่งเวลาผ่านไปโอกาสรอดชีวิตของมนุษย์ยิ่งเป็นไปได้ยากขึ้น ทำให้ บาเลนทรา ชาห์ นายกรัฐมนตรีเนปาล ประกาศปรับเปลี่ยนเป้าหมายจากการค้นหาและกู้ภัย ไปเน้นการเยียวยา ฟื้นฟูเมือง ซ่อมแซมบ้านเรือน และดูแลสภาพจิตใจของผู้ประสบภัยเป็นหลัก