นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ จึงได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ประกอบด้วย สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ประจวบคีรีขันธ์, หน่วยเฉพาะกิจจงอางศึก (ฉก.จงอางศึก/ร.9), กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 (กก.ตชด.14), พนักงานฝ่ายปกครอง, ด่านกักกันสัตว์ประจวบคีรีขันธ์, สำนักงานประมงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ด่านตรวจประมงเขต 6 (ประจวบคีรีขันธ์), ด่านตรวจพืชประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรเมืองประจวบคีรีขันธ์, สถานีตำรวจภูธรห้วยยาง และด่านตรวจสัตว์ป่าประจวบคีรีขันธ์
เปิด "ปฏิบัติการพิทักษ์คีรีขันธ์" นำกำลังเข้าตรวจค้นขบวนรถไฟโดยสารสายใต้ ณ สถานีรถไฟประจวบคีรีขันธ์ ควบคู่กับการตั้งจุดตรวจสกัดรถยนต์ขนส่งสินค้าบนเส้นทางยุทธศาสตร์ บริเวณด่านตรวจห้วยยาง ถนนเพชรเกษม อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังสืบทราบข้อมูลเชิงลึกว่าจะมีการลักลอบลำเลียงสินค้าหนีภาษีจากพื้นที่ภาคใต้เข้าสู่กรุงเทพมหานคร
จากการตรวจค้นยานพาหนะขนส่งเป้าหมาย เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสินค้าลักลอบหนีศุลกากรได้เป็นจำนวนมาก โดยไม่มีเอกสารหลักฐานการเสียภาษีหรือผ่านพิธีการศุลกากรอย่างถูกต้อง ประกอบด้วย
1.บุหรี่ต่างประเทศลักลอบหนีภาษี: จำนวน 1,853 แท่ง (18,530 ซอง หรือประมาณ 370,600 มวน) ราคาของ รวมภาษีอากรทั้งสิ้น 4,201,496 บาท
2.กระเป๋าแบรนด์เนม: จำนวน 23 ใบ ราคาของ รวมภาษีอากรทั้งสิ้น 132,894 บาท
3.บุหรี่ไฟฟ้าชนิดใช้แล้วทิ้งและหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า: รวม 55 ชิ้น ราคาของ รวมภาษีทั้งสิ้น 21,500 บาท
4.น้ำหอมต่างประเทศ: จำนวน 53 ขวด ราคาของ รวมภาษีอากรทั้งสิ้น 20,380 บาท
รวมมูลค่าราคาของและภาษีอากรทั้งสิ้น 4,376,270 บาท
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานนำเข้ามาในราชอาณาจักรซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร หรือเคลื่อนย้ายของโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมด พร้อมควบคุมตัวผู้เกี่ยวข้องและยานพาหนะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และสืบสวนขยายผลหาเครือข่ายขบวนการผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป
ทั้งนี้ นายฐิติพงศ์ คำผุย นายด่านศุลกากรประจวบคีรีขันธ์ เน้นย้ำว่าจะยังคงเดินหน้าบูรณาการร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงทุกภาคส่วน เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังจุดเสี่ยงและเส้นทางลำเลียงต่าง ๆ ทั้งทางบก ทางราง และระบบโลจิสติกส์ขนส่ง เพื่อสกัดกั้นสินค้าผิดกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างต่อเนื่องต่อไป