เนชั่นทีวี

ข่าว

“โรม” ยืนยัน มีหลักฐานโยงชัดฝ่ายการเมืองร่วมทุจริตสอบท้องถิ่น

02 ก.ย. 2569 | katchatapong_lee

“โรม” ยืนยัน มีหลักฐานโยงชัดฝ่ายการเมืองร่วมทุจริตสอบท้องถิ่น

“โรม” ยืนยัน กมธ.มีหลักฐานโยงชัดฝ่ายการเมือง–ขรก.ระดับสูงร่วมทุจริตสอบท้องถิ่น ซัดเป็น “องค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน” ข่มขู่พยาน - ปูด คกก.ชุดปกรณ์ ชี้มูล “นฤชา”

นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวก่อนการประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ (2 ก.ย.) ถึงการพิจารณาการทุจริตการสอบท้องถิ่นว่า เป็นการพิจารณาต่อเนื่อง จากการประชุมครั้งก่อนที่พบข้อมูลการทุจริตการสอบท้องถิ่น มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบคล้ายองค์กรอาชญากรรม ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาล พยายามชี้นำว่า ไม่มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ทั้งที่ความเป็นจริง หลักฐาน และข้อมูลจากพยาน ชี้ชัดว่า มีผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายการเมือง และผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง ซึ่งอาจมีบทบาทสำคัญกับพรรคการเมืองบางพรรคการเมืองด้วย ดังนั้น การตัดตอนเหลือเพียงข้าราชการที่ต้องรับผิดชอบนั้น ตนรับไม่ได้ และต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่อ

 

นายรังสิมันต์ ยังเปิดเผยว่า ขณะนี้ มีข้อมูลสำคัญที่จะต้องตรวจสอบต่อว่า ฝ่ายการเมืองที่มาเกี่ยวข้อง น่าจะมีจำนวนมากกว่าเดิม จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติม และในวันนี้ (2 ก.ย.) กรรมาธิการฯ ยังได้เชิญนายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี มาชี้แจงด้วย ซึ่งนายทองเจือ น่าจะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบค่อนข้างมาก แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่า นายทองเจือ จะมาชี้แจงต่อกรรมาธิการฯ หรือไม่

ส่วนข้อมูลที่กรรมาธิการฯ ตรวจสอบก่อนหน้านี้ พบข้อมูลที่ชี้ชัดไปยังฝ่ายการเมืองหรือไม่นั้น นายรังสิมันต์ ชี้แจงว่า มีข้อมูลหลายอย่าง แต่ตนยังไม่สามารถระบุได้ เพราะบางส่วนเป็นข้อมูลลับ แต่ ณ วันนี้ยืนยันว่า กรรมาธิการฯ มีข้อมูลที่ชัดเจนจริง ๆ แต่ตนยังไม่สามารถพูดได้ ซึ่งเบื้องต้น ตนเห็นว่า การสอบท้องถิ่น โดยทั่วไปเป็นเรื่องของฝ่ายราชการ และผู้รับสัญญาเป็นผู้บริหารจัดการ แต่กลับมีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ไปพูดคุย นัดพบ และยังมีข้าราชการบางคน ที่เป็นข้าราชการของคนการเมือง เป็นเด็กปั้นที่ถูกชุบเลี้ยง และถ้ายึดถือข้อมูลของนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่มีการตรวจสอบ และมีการชี้มูลหลายคน ถูกชี้มูล และส่งเรื่องไปยังนายกรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีว่า จะดำเนินการอย่างไรต่อไป ดังนั้น เรื่องดังกล่าว แบ่งออกเป็น 2 EP. ซึ่ง EP.1 เป็นส่วนของราชการ ที่มีความพยายามตัดตอนให้เหลือข้าราชการบางคนรับผิดชอบ ทั้งที่ความเป็นจริง มีจำนวนมากกว่านั้นมาก จากการตรวจสอบของนายปกรณ์ ก็ได้มีการชี้มูลนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ในฐานะอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และส่งข้อมูลให้นายกรัฐมนตรีแล้ว หากนายกรัฐมนตรี ไม่ดำเนินการ ก็แสดงว่า ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และ EP.2 มีฝ่ายการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้อง ตั้งแต่มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นผู้รับผิดชอบการจัดสอบ และการทุจริตก็เกิดขึ้นเรื่อยมา จนยกเลิกการจัดสอบโดยมหาวิทยาลัยบูรพา และจัดทำ TOR ขึ้นมาใหม่ โดยมีบุคคลหน้าห้องของนายอนุทิน เข้ามาเกี่ยวข้อง และนายอนุทิน คือ บุคคลที่ถูกอ้างถึง เพื่อยกเลิกการจัดสอบโดยมหาวิทยาลัยบูรพา ดังนั้น จึงมีกระบวนการที่ดำเนินการมาโดยตลอด จนลักษณะองค์กรอาชญากรรม ที่ปล้นประเทศอย่างเป็นระบบ

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวมีข้าราชการระดับสูงของกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เข้ามาเกี่ยวข้องนั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า ผู้เกี่ยวข้องการทุจริตสอบท้องถิ่น มีหลายคนมาก และมีการดำเนินการอย่างเป็นขบวนการ จึงอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล และมีบางชื่อบางบุคคล ที่คิดไม่ถึงเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้อยู่ในกระทรวงที่ถูกจับตามอง ซึ่งอาจเป็นตัวเชื่อม ตัวแนะนำ และการทำให้บิ๊กเนมของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ไปรู้จักกับบิ๊กเนมฝ่ายการเมืองบางคน ต้องมีข้อต่อ และข้อต่อนั้น ก็เป็นฝ่ายการเมืองเช่นกัน

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงกรณีที่บุคลากรของมหาวิทยาลัยบูรพา ขอคุ้มครองพยานว่า จากการเมืองในวันนี้ มีเรื่องทุจริตมากมาย แต่รัฐบาลกลับปราบคนแฉทุจริต และมีความผิดมากที่สุด ตนจึงอยากเรียกร้องไปยังผู้ที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรม ที่ปล่อยให้มีการข่มขู่พยานสำคัญต่อเรื่องดังกล่าว จึงถือเป็นองค์กรอาชญากรรมสีน้ำเงิน ที่ต้องต่อสู้กับเรื่องดังกล่าวต่อไป และกรรมาธิการฯ จะหารือกัน เพราะการคุกคามบุคคลที่มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรก รวมถึงจะต้องพูดคุยกับมหาวิทยาลัยบูรพา เพื่อหารูปแบบที่เหมาะสมด้วย

 

ส่วนกรณีที่มีการเพิกถอนรายชื่อผู้ทุจริตการสอบ แต่กลับมีการตรวจสอบพบมีการจ้างเหมากลับมานั้น นายรังสิมันต์ ระบุว่า การทุจริตสอบมีหลายส่วน ทั้งการปราบการทุจริต และการเพิกถอนรายชื่อซึ่งจริง ๆ แล้ว เรื่องนี้อาจ จะยังไม่ลงตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะกรรมาธิการฯ มุ่งไปที่การตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังทุจริตเป็นสำคัญ

 

ส่วนที่ในวันนี้ (2 ก.ย.) กรรมาธิการฯ เชิญบริษัท ไอรีครูท จำกัด เข้ามาชี้แจงด้วย มีความเกี่ยวข้องกับการทุจริตอย่างไรนั้น นายรังสิมันต์ ยังปฏิเสธที่จะเปิดเผย และขอให้รอติดตามการจากการแถลงข่าว เนื่องจาก เป็นการเชิญครั้งแรก แต่มีข้อมูลที่กรรมาธิการฯ พยายามรวบรวมเจาะลึกข้อมูลอื่น ๆ ที่มีความสำคัญด้วย พร้อมยังปฏิเสธที่จะเกิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับนายทองเจือฯ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรีหรือไม่

 

นายรังสิมันต์ ยังกล่าวถึงการเรียกอธิการบดีมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มาชี้แจงอีกครั้งว่า ครั้งนี้เป็นการเชิญอธิการบดี มศว มาชี้แจง เพราะผ่านมาไม่เคยมาชี้แจง และกรรมาธิการฯ เห็นว่า อธิการบดี เป็นหนึ่งในบุคคลที่กุมความลับสำคัญของเรื่องนี้ แต่ทราบว่า ในวันนี้ (2 ก.ย.) อธิการบดีน่าจะไม่มาชี้แจง และยืนยันว่า การที่อธิการบดีฯ มาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย เพราะบางครั้งไม่ว่า จะเป็นคนในแวดวงการศึกษา หรือแวดวงราชการ ถ้าถูกบังคับให้ทำผิด หรือบางอย่างที่ไม่ได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์นั้น การมาให้ข้อมูลกับคณะกรรมาธิการฯ จะเป็นประโยชน์สูงสุด เพราะกรรมาธิการฯ ต้องการสาวตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังในเรื่องนี้

 

นายรังสิมันต์ ยังยืนยันว่า คณะกรรมาธิการฯ มีข้อมูล และหลักฐานที่ชัดเจน ที่จะโยงไปถึงฝ่ายนักการเมือง แต่ขอยังไม่ยกตัวอย่าง เพราะมิเช่นนั้น จะตื่นกันหมด

 

ทั้งนี้ การประชุมคณะกรรมาธิการฯ ในวันนี้ (2 ก.ย.) กรรมาธิการฯ ได้เชิญอธิการบดี มศว, เลขาธิการ ป.ป.ช., อธิบดีกรมการปกครอง, รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และนครราชสีมา, นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น, นายทองเจือ ชาติกิจเจริญ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และบริษัท ไอรีครูท จำกัด

ข่าวล่าสุด