ในช่วงสงครามทวีความรุนแรง มีทหารอเมริกันเดินทางมาประจำการในไทยมากถึง 50,000 นาย ข้อมูลจากสถาบันเศรษฐศาสตร์แรงงาน (ปี 2560) ระบุว่า ในช่วงปี 2509-2510 มีชาวต่างชาติเดินทางเข้าไทยราว 11-16% เป็นทหารอเมริกันที่มาพักผ่อน (Rest & Recreation) นำไปสู่การออก พ.ร.บ.สถานบริการ พ.ศ. 2509 และการทำ "สนธิสัญญาว่าด้วยการพักผ่อนและนันทนาการ" ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ในปี 2510 ซึ่งอนุญาตให้สถานบันเทิง บาร์ โรงน้ำชา และสถานนวด จ้างหญิงสาวมาให้บริการ "พิเศษ" ได้อย่างถูกกฎหมาย ข้อตกลงนี้เองที่ถูกยอมรับอย่างกว้างขวางว่าเป็นจุดเริ่มต้นของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเชิงเพศสัมพันธ์ในพัทยาที่สืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เปิดมาตรการกวดขันเข้มงวด - สหรัฐฯ สั่งห้ามทหารเสพกัญชา-เล่นเจ็ตสกี
ในการเทียบท่าครั้งนี้ พลเรือตรี โรเบิร์ต อี. ล็อฟริน และ นาวาเอก แดน คีเลอร์ ผู้นำกองเรือสหรัฐฯ ยืนยันว่าการเยือนไทยเป็นการฟื้นฟูร่างกายของทหาร และย้ำถึงความเป็นหุ้นส่วนอันยาวนาน 193 ปี นับตั้งแต่สนธิสัญญาไมตรี ค.ศ. 1833 ซึ่งไทยเป็นพันธมิตรตามสนธิสัญญาเพียงหนึ่งเดียวของสหรัฐฯ ในอาเซียนภาคพื้นทวีป
อย่างไรก็ตาม ทางการไทยได้ยกระดับมาตรการความปลอดภัย โดยตำรวจพัทยาได้ระดมกวาดล้างและเปรียบเทียบปรับกลุ่มผู้ต้องสงสัยเสนอขายบริการทางเพศนอกสถานบริการในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่ฝั่งกองทัพสหรัฐฯ ได้ออกกฎเหล็กสั่งห้ามกำลังพลทุกคนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับร้านจำหน่ายกัญชาโดยเด็ดขาด รวมถึงห้ามเล่นกีฬาทางน้ำที่มีความเสี่ยงสูงอย่างเจ็ตสกีและพาราเซลลิ่ง เพื่อป้องกันอุบัติเหตุและรักษาความเรียบร้อยตลอดช่วงเวลาที่ขึ้นฝั่งในประเทศไทย