ยอดผู้สูญหายจากภัยพิบัติเนปาลพุ่งกว่า 1,900 ขณะที่เนปาลเฝ้าระวังทะเลสาบ 2 แห่ง
29 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ยอดผู้สูญหายจากภัยพิบัติเนปาลพุ่งกว่า 1,900 ขณะที่เนปาลเฝ้าระวังทะเลสาบ 2 แห่ง เหนือพื้นที่ประสบภัย ยังมีความเสี่ยง
ข่าว
29 ส.ค. 2569 | prisana_tha

ยอดผู้สูญหายจากภัยพิบัติเนปาลพุ่งกว่า 1,900 ขณะที่เนปาลเฝ้าระวังทะเลสาบ 2 แห่ง เหนือพื้นที่ประสบภัย ยังมีความเสี่ยง
KEY
POINTS
29 สิงหาคม 2569 จากเหตุภัยพิบัติครั้งใหญ่บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน ล่าสุดหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัยของเนปาล ระบุว่า มีผู้สูญหายอย่างน้อย 1,924 คนจากน้ำท่วมครั้งใหญ่ที่พัดเอาดินโคลนมหาศาลมาด้วย ในจำนวนนี้ มีชาวต่างชาติรวมอยู่ด้วยอย่างน้อย 517 คน แต่เนื่องจากสถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หน่วยงานต่างๆ จึงรายงานตัวเลขที่แตกต่างกันออกไป
หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตในเนปาลเพิ่มขึ้นเป็น 579 คนแล้ว ส่วนในทิเบตมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 7 คน และมีผู้สูญหายอีก 554 คน ผู้สื่อข่าวประจำประเทศจีน ของ BBC ระบุว่า ต้องอาศัยข้อมูลจากสื่อของทางการจีน เกี่ยวกับสถานการณ์ในทิเบต
ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ได้ส่งสารแสดงความเสียใจไปยังประธานาธิบดีราม จันทระ เปาเฑล ของเนปาล โดยคณะผู้แทนจีนประจำสหประชาชาติ ระบุว่า เมื่อวันศุกร์ (28 สิงหาคม) ประธานาธิบดีสี ได้กล่าวว่า "ข้าพเจ้ามั่นใจว่าประชาชนของทั้งสองประเทศ จะร่วมมือกันเพื่อก้าวผ่านภัยพิบัติครั้งนี้โดยเร็วที่สุด และร่วมกันฟื้นฟูบ้านเรือนขึ้นมาใหม่"
ก่อนหน้านี้ สื่อทางการจีนรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตที่ได้รับการยืนยันแล้ว 7 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกหลายร้อยคน ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้ยากต่อการประเมินขอบเขตความเสียหายที่เกิดขึ้นในทิเบต และฝนที่ตกหนักอาจเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติภารกิจกู้ภัยในช่วงสุดสัปดาห์นี้
สหประชาชาติ ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมากและมีการช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้วกว่า 3,700 คน หน่วยงานของสหประชาชาติและองค์กรพัฒนาเอกชนกำลังให้ความร่วมมือกับทางการในการมอบความช่วยเหลือเพื่อช่วยชีวิตผู้ประสบภัย ซึ่งเหตุอุทกภัยและดินโคลนถล่ม ได้สร้างความเสียหายแก่ถนนและปิดกั้น เส้นทางเข้าถึงบางพื้นที่ ซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานบรรเทาทุกข์มีความยากลำบากยิ่งขึ้น
ในเขตนูวาคอต ผลการประเมินเบื้องต้นพบว่าพื้นที่ราว 11,000 เฮกตาร์ (68,750 ไร่) และถนนระยะทาง 45 กิโลเมตร ได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังมีประชาชนกว่า 1,000 คน พักอาศัยอยู่ในศูนย์พักพิงชั่วคราว 5 แห่ง หน่วยงานพันธมิตรของสหประชาชาติ ประเมินว่า อาจมีครัวเรือนอย่างน้อย 20,000 ครัวเรือน ในเขตนูวาคอตและเขตราซูวา ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านอาหาร อีกทั้งยังมีประชาชนกว่า 50,000 คน ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ด้านน้ำสะอาด ระบบสุขาภิบาล และสุขอนามัย ทั้งยังมีเด็กประมาณ 17,000 คน หญิงตั้งครรภ์และหญิงให้นมบุตร 1,500 คน และเยาวชน 9,000 คน ที่ต้องการความช่วยเหลือด้านโภชนาการ รวมถึงโรงเรียนอีก 23 แห่ง ที่จำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูซ่อมแซม
เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานจัดการภัยพิบัติของเนปาล เปิดเผยด้วยว่า ทางการกำลังเฝ้าระวังทะเลสาบสองแห่งที่อยู่เหนือพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม โดยหนึ่งในนั้นเริ่มมีน้ำล้นออกมาเมื่อวันศุกร์ (28 สิงหาคม) เจ้าหน้าที่ระบุด้วยว่า ความเสี่ยงที่จะเกิดน้ำท่วมจะยังคงมีอยู่จนกว่าน้ำในทะเลสาบทั้งสองแห่งจะระบายออกไปจนหมด และพบว่าภาพถ่ายดาวเทียม เผยให้เห็นตำแหน่งของทะเลสาบทั้งสองแห่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณธารน้ำแข็ง
เจ้าหน้าที่ กล่าวว่า ทางการเนปาลอาศัยภาพถ่ายดาวเทียม ในการติดตามสถานการณ์ แม้ว่าการเฝ้าระวังจะถูกจำกัดด้วยความพร้อมของภาพถ่ายก็ตาม โดยเนปาล มีแผนที่จะติดตั้งกล้องและเซ็นเซอร์ในพื้นที่ตอนล่างของลำน้ำ รวมถึงบริเวณใกล้กับเมืองติมูเร ซึ่งเป็นเมืองชายแดน และกำลังประเมินทางเลือกในการนำอุปกรณ์ไปติดตั้งโดยใช้เฮลิคอปเตอร์