เนชั่นทีวี

ข่าว

อัปเดตธารน้ำแข็งถล่ม เนปาล-ทิเบต ดับทะลุ 390 สูญหายเกือบพันห้า

28 ส.ค. 2569 | apirak_pra

อัปเดตธารน้ำแข็งถล่ม เนปาล-ทิเบต ดับทะลุ 390 สูญหายเกือบพันห้า

คืบหน้ามหันตภัย "สึนามิจากฟากฟ้า" ชายแดนเนปาล-ทิเบต ล่าสุดยอดเสียชีวิตพุ่งรวมกว่า 390 ราย สูญหายทะลุเกือบ 1,500 คน นานาชาติระดมทีมกู้ภัยและงบช่วยเหลือฉุกเฉินเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

คืบหน้ามหันตภัย "สึนามิจากฟากฟ้า" ชายแดนเนปาล-ทิเบต ล่าสุดยอดเสียชีวิตพุ่งรวมกว่า 390 ราย สูญหายทะลุเกือบ 1,500 คน นานาชาติระดมทีมกู้ภัยและงบช่วยเหลือฉุกเฉินเร่งค้นหาผู้รอดชีวิต

KEY

POINTS

  • เกิดเหตุธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยถล่มบริเวณพรมแดนเนปาล-ทิเบต ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 392 ราย และสูญหายเกือบ 1,500 คน
  • สาเหตุเกิดจากก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่บนยอดเขาซังบูรีแตกตัวและถล่มลงมา ทำให้เกิดคลื่นโคลนสูงกว่า 650 ฟุต พัดทำลายล้างชุมชนและสิ่งปลูกสร้างอย่างรวดเร็ว
  • นานาชาติ เช่น สหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา จีน และเกาหลีใต้ เร่งให้ความช่วยเหลือทางการเงินและส่งทีมกู้ภัยเข้าร่วมค้นหาผู้รอดชีวิต

ความคืบหน้ากรณีวิกฤตภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งมโหฬารบริเวณพรมแดนระหว่างประเทศเนปาลและเขตปกครองตนเองทิเบตของจีน จากเหตุการณ์ที่นักธรณีวิทยาขนานนามว่า "สึนามิจากฟากฟ้า" (Tsunami from the sky) หลังธารน้ำแข็งบนเทือกเขาหิมาลัยเกิดการพังทลายและซัดมวลน้ำโคลนเย็นจัดพุ่งเข้าทำลายล้างชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานตลอดแนวชายแดน ล่าสุดการค้นหาผู้รอดชีวิตยังคงดำเนินไปอย่างเข้มข้นท่ามกลางตัวเลขผู้เสียชีวิตและสูญหายที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

รายงานล่าสุดจากพื้นที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตรวมทั้งสองฝั่งพุ่งขึ้นไปอย่างน้อย 392 รายแล้ว โดยฝั่งเนปาลยืนยันร่างผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 389 ราย และมีผู้สูญหายอีกกว่า 900 คน ขณะที่ฝั่งเขตปกครองตนเองทิเบตของจีนรายงานผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 3 ราย และสูญหายอีก 558 คน ส่งผลให้ยอดผู้สูญหายรวมพุ่งสูงเกือบ 1,500 ชีวิต ทั้งชาวบ้านในพื้นที่และกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งจากภาพถ่ายโดรนและบันทึกความเสียหายในพื้นที่ ทำให้ผู้เชี่ยวชาญกังวลว่ายอดผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจพุ่งสูงถึงหลายพันคนเมื่อการกู้ภัยเข้าถึงทุกจุด

สรุปผลการสอบสวนสาเหตุ - คลื่นยักษ์โคลนสูง 650 ฟุต ซัดพินาศในไม่กี่วินาที

ด้านการตรวจสอบสาเหตุของมหันตภัยครั้งนี้ได้รับการยืนยันเพิ่มเติมว่า เกิดจากก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมาความกว้างราว 2,000 ฟุต บนยอดเขา "ซังบูรี" (Tsangbu Ri) หรือ "คิมชุง" (Kimshung) ในกลุ่มเทือกเขาลังตังฮิมัล บนเทือกเขาหิมาลัย ที่ระดับความสูง 6,781 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เกิดการแตกตัวหลุดออกมาอย่างกะทันหัน ก่อนจะดิ่งลงมาจากความสูง 5,200 เมตร ละลิ่วลงสู่หุบเขาเบื้องล่างเป็นระยะทางกว่า 2,000 เมตร กระแทกพื้นจนแตกกระจายกลายเป็นมวลของเหลวเย็นจัด พัดพาเอาโคลน ตะกอน และหินหนักหลายร้อยตันลงสู่แม่น้ำเลนเด โคลา (Lende Khola)

แรงปะทะมหาศาลได้สร้างกำแพงคลื่นน้ำโคลนสูงถึง 650 ฟุต ไหลบ่าด้วยความเร็วสูงไปตามแนวแม่น้ำตรีศุลี พุ่งเข้าซัดด่านตรวจชายแดนเมืองราสุวากาดี และกวาดล้างอู่รถบัสรวมถึงสิ่งก่อสร้างคอนกรีตบริเวณชายแดนฝั่งจีนจนพังทลายลงในเวลาเพียงไม่กี่วินาที โดยมวลน้ำได้พัดทำลายบ้านเรือนและสะพานตลอดสองฝั่งน้ำจนราบเป็นหน้ากลอง ก่อนจะค่อยๆ ชะลอความรุนแรงลงในจุดที่ห่างจากพรมแดนประเทศอินเดียราว 12 กิโลเมตร

นานาชาติเร่งอัดฉีดความช่วยเหลือ - ทีมกู้ภัยแข่งกับเวลา

จากสถานการณ์อันเลวร้าย ส่งผลให้นานาประเทศและองค์กรระหว่างประเทศเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดย นายกรัฐมนตรี แอนดี เบอร์แฮม ของสหราชอาณาจักร ประกาศมอบเงินช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ล้านปอนด์ ขณะที่ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ยื่นข้อเสนอช่วยเหลือเต็มรูปแบบ ส่วนทางการจีนและเกาหลีใต้ได้ส่งทีมกู้ภัยพร้อมเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะทางลงพื้นที่เพื่อช่วยเจ้าหน้าที่เนปาลเร่งค้นหาผู้รอดชีวิตใต้ซากโคลนหนาทับถมอย่างเร่งด่วนที่สุด

ข่าวล่าสุด