เริ่มต้นมิติแรกด้าน Technology กับเวที ‘Technology & AI Sovereignty’ ซึ่งได้รับเกียรติจาก ดร.ธีรญา กฤษฎาพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สเปเชี่ยลตี้ เนเชอรัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย พญ.วิทิตา แจ้งเอี่ยม นายแพทย์เชี่ยวชาญ (ด้านเวชกรรมป้องกัน) รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และ ดร.เพชร สัจจชลพันธ์ รองคณบดีฝ่ายบริหารและทรัพยากรบุคคล คณะเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อบทบาทของเทคโนโลยีและ AI ในการสร้างขีดความสามารถ ทั้งด้านการแพทย์ การศึกษา และร่วมกันหาทางออกในอนาคตที่ AI อาจจะเข้ามาแทนที่มนุษย์ในบางอาชีพ
จากนั้นเชื่อมโยงสู่มิติที่สองด้าน Human Capital Capability ในเวที ‘Thailand’s Human Capital at a Crossroad: Fewer People, Higher Skills, Greater Productivity’ นำเสวนาโดย ดร.ภัทรพร เล้าวงค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนพัฒนาสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ร่วมกับ น.ท.หญิง พัชสริยา โปร่งจันทึก รองหัวหน้ากองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลทศมินทราธิราช, ดร.วิมัญชลี ดุลยสิทธิกร ผู้อำนวยการบริหาร Camsis Education และ คุณศิวกร รัตติโชติ ผู้อำนวยการกลุ่มทะเบียนและสารสนเทศทางการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเจาะลึกวิกฤตประชากรหดตัว ทางออกคือการใช้เทคโนโลยีเพิ่มผลิตภาพแรงงาน ควบคู่กับการแก้ปัญหาระบบการศึกษาที่ขาด ‘Teacher Accountability’ โดยเสนอให้ผูกผลประเมินครูเข้ากับผลสัมฤทธิ์เด็ก และขับเคลื่อนระบบ ‘Credit Bank’ พร้อมเปลี่ยนผ่านระบบสาธารณสุขสู่ ‘Preventive Care’ เพื่อพลิกฟื้นผู้สูงอายุให้เป็น ‘Silver Workforce’
มิติที่สามด้าน Adaptive Economy & Resource Security ได้เปิดเวที ‘Energizing Thailand 2040: New Energy for National Security and Economic Competitiveness’ โดย Mr. Ilya Bychkov จาก ROSATOM และ นายสมิทธิพร เศรษฐปราโมทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปูเน็กซ์ จำกัด ร่วมฉายภาพวิกฤตพลังงาน โดยเสนอให้ใช้เทคโนโลยี ‘Battery Storage’ พัฒนาโครงข่ายสายส่ง และพิจารณาเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก หรือ ‘SMR’ เป็นไฟฟ้าพื้นฐาน
มิติที่สี่ด้าน Integrated Infrastructure & Intelligent State ขยายผลสู่ความยั่งยืนในเวที ‘Proactive Regulatory Sandbox for Green Energy Logistics’ นำโดย ดร.ธีรจิตร สอนแจ้ง, คุณณัฐพศิน เชฎฐ์อุดมลาภ และคุณจรัสพงศ์ ศิริเรืองสกุล ข้อสรุปสำคัญจากฝั่งผู้ประกอบการชี้ชัดว่า อุปสรรคที่แท้จริงในการมุ่งสู่เป้าหมาย ‘Net Zero’ ไม่ใช่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือความล่าช้าในขั้นตอนของรัฐ ดังนั้นการปฏิรูปเพื่อสร้างความยืดหยุ่นด้วยระบบ ‘Single Service’ ที่เบ็ดเสร็จรวดเร็วจึงเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการรักษาขีดความสามารถทางการแข่งขัน
ปิดท้ายในมิติที่ห้าด้าน Security, Stability & National Resilience ในเวที ‘National Resilience Shield 2040: Predictive Security, Autonomy, and Public Trust โล่ความมั่นคงแห่งอนาคต: รู้ทันภัย–พึ่งตนได้–สร้างไทยให้เชื่อมั่น’ ซึ่งได้วางยุทธศาสตร์ผ่าน 3 เสาหลัก เวทีนี้เจาะลึกแผนพัฒนารายด้านจากผู้เชี่ยวชาญ นาวาอากาศโท บรรณสิน เปี่ยมพงศ์สานต์, คุณสุภัทรชัย เสาร์แดน, คุณรัชชพร พูลสวัสดิ์, ดร.ธนภัทร ศิริกุลวัฒนา และคุณศิรธัช ศิริชุมแสง พูดถึงการวางกรอบความมั่นคง 15 ปีข้างหน้า ผ่านการจัดตั้ง ‘Strategic Command Center’ เพื่อสยบข่าวสารวิกฤตให้จบใน 30 นาที ควบคู่กับการสร้างสถาปัตยกรรมความเชื่อมั่นด้วยระบบบัญชีเดี่ยว
นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเชิงยุทธศาสตร์ที่น่าสนใจอีกมากมาย ทั้งการเปลี่ยนผ่านสู่การสร้าง ‘Cyber Resilience’ การนำ ‘NATO Standard’ มาใช้ปฏิรูปอุตสาหกรรมทหารเพื่อพึ่งพาตนเอง การนำที่ดินทหารกว่า 4.6 ล้านไร่มาทำเป็น ‘Green Energy Sandbox’ รวมถึงการใช้ระบบไบโอเมทริกซ์เพื่อจัดระเบียบแรงงานข้ามชาติและพัฒนาสู่ ‘Skillful Labor’ พร้อมทั้งการยกร่างกฎหมายความมั่นคงฉบับใหม่ทดแทนกฎหมายเดิมที่ล้าหลังมากว่า 85 ปี นอกจากการแลกเปลี่ยนเชิงกลยุทธ์ ยังถ่ายทอดแนวคิดผ่านมิติศิลปวัฒนธรรม มีเป้าหมายในการรวบรวมและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากหลากหลายภาคส่วน ร่วมกันมองความท้าทายและโอกาสในอนาคต
การนำ ‘Thai Wisdom’ และ ‘Thai Culture’ ก้าวไปสู่ภาพของประเทศไทยที่อยากเห็นในอนาคตนั้น ไม่ควรเป็นเพียงสิ่งที่รอให้เกิดขึ้น แต่เป็นอนาคตที่ทุกภาคส่วนต้อง ’ร่วมกันคิด ร่วมกันออกแบบ และร่วมกันสร้าง‘