ทูตอิสราเอลแจง นทท.เบี้ยวค่าอาหารป่าตอง ไม่ใช่ชาวอิสราเอล
27 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สถานทูตอิสราเอลชี้แจงกรณี นทท. เบี้ยวค่าอาหาร 8,000 บาท ร้านดังป่าตอง ภูเก็ต ตร.ชี้ชัดเป็นชาวซาอุฯ-โมร็อกโก ไม่ใช่คนอิสราเอล วอนสังคมหยุดส่งต่อข่าวปลอม
ข่าว
27 ส.ค. 2569 | titayu_pur

สถานทูตอิสราเอลชี้แจงกรณี นทท. เบี้ยวค่าอาหาร 8,000 บาท ร้านดังป่าตอง ภูเก็ต ตร.ชี้ชัดเป็นชาวซาอุฯ-โมร็อกโก ไม่ใช่คนอิสราเอล วอนสังคมหยุดส่งต่อข่าวปลอม
KEY
POINTS
27 สิงหาคม 2569 สถานทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณี นักท่องเที่ยวเบี้ยวค่าอาหาร 8,000 บาท ที่ ป่าตอง ภูเก็ต โดยยืนยันว่าผู้ก่อเหตุ ไม่ใช่ชาวอิสราเอล หลัง สภ.ป่าตอง ตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า แท้จริงเป็นนักท่องเที่ยวสัญชาติซาอุดีอาระเบียและโมร็อกโก ไม่ใช่คนอิสราเอลตามที่เป็น ข่าวปลอม บนโลกออนไลน์ พร้อมเรียกร้องสื่อมวลชนและประชาชนเพิ่มความระมัดระวัง ตรวจสอบความถูกต้องก่อนแชร์ข้อมูล เพื่อป้องกันการเกิดอคติและความเสียหายต่อชุมชนชาวอิสราเอล
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลชี้แจงกรณีมีรายงานข่าวเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวไม่จ่ายค่าอาหาร 8,000 บาท ในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต ว่าไม่ใช่ชาวอิสราเอล พร้อมเรียกร้องให้ระมัดระวังในการแบ่งปันหรือส่งต่อข้อมูลข่าวสารที่เป็นเท็จ
ตามหนังสือชี้แจงของสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ระบุว่า ตามรายงานบนสื่อสังคมออนไลน์ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2567 เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในอำเภอป่าตอง จังหวัดภูเก็ต โดยระบุว่ามีนักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งรับประทานอาหารมูลค่าประมาณ 8,000 บาท และออกจากร้านไปโดยไม่ชำระเงิน รายงานข่าวดังกล่าวระบุว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นนักท่องเที่ยวอิสราเอล และรายงานได้แพร่กระจายไปอย่างรวดเร็วบนสื่อสังคมออนไลน์จนได้รับความสนใจเป็นวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2567 สถานีตำรวจภูธรป่าตองได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว รวมถึงสัญชาติของนักท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง พบว่าบุคคลที่อ้างถึงในรายงานไม่ใช่บุคคลสัญชาติอิสราเอล แต่เป็นนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบียและโมร็อกโก
คำชี้แจงดังกล่าวมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากรายงานข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่าเป็นนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอล การเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องโดยปราศจากการตรวจสอบหรือยืนยันข้อเท็จจริง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดและความเสียหายอย่างร้ายแรง ทั้งยังกระตุ้นให้เกิดอคติและความเป็นปฏิปักษ์ต่อนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลและชุมชนชาวอิสราเอลโดยรวม
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ เห็นว่ารายงานข่าวที่เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะกรณีที่มีการระบุสัญชาติ ควรได้รับการตรวจสอบอย่างรอบคอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะนำเสนอหรือเผยแพร่ต่อสาธารณะ
การแพร่กระจายอย่างรวดเร็วของข้อมูลที่ไม่ได้รับการตรวจสอบบนสื่อสังคมออนไลน์ ส่งผลกระทบที่เกินจริงอย่างไม่เป็นธรรมต่อบุคคลและชุมชนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลฯ จึงใคร่ขอความร่วมมือจากองค์กรสื่อ ผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์ และประชาชนทั่วไป โปรดใช้ความระมัดระวังให้มากขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลก่อนเผยแพร่หรือแบ่งปันรายงานในลักษณะดังกล่าว