มือขวาทรัมป์! เปิดความสำคัญ "พีท เฮกเซธ" รมว.กลาโหมสหรัฐ จ่อเยือนไทย
17 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

มือขวาทรัมป์! เปิดความสำคัญ "พีท เฮกเซธ" รมว.กลาโหมสหรัฐ จ่อเยือนไทย เพื่อลงนาม Joint Vision Statement ย้ำพันธมิตรเก่าแก่
ข่าว
17 ส.ค. 2569 | natthanan_chu

มือขวาทรัมป์! เปิดความสำคัญ "พีท เฮกเซธ" รมว.กลาโหมสหรัฐ จ่อเยือนไทย เพื่อลงนาม Joint Vision Statement ย้ำพันธมิตรเก่าแก่
KEY
POINTS
17 สิงหาคม 2569 ข่าวการเยือนประเทศไทยของ "พีท เฮกเซธ" (Pete Hegseth) รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ได้รับความสนใจอย่างยิ่งจากสื่อหลายสำนัก
โดยวัตถุประสงค์ของการเยือนครั้งนี้ ก็เพื่อร่วมลงนามในเอกสารวิสัยทัศน์ร่วม (Joint Vision Statement) แต่ยังไม่มีการระบุวันและเวลาที่แน่ชัดอย่างเป็นทางการในขณะนี้
Joint Vision Statement (JVS) หรือ แถลงการณ์วิสัยทัศน์ร่วมว่าด้วยความเป็นพันธมิตรด้านการป้องกันประเทศระหว่างไทยและสหรัฐฯ (Joint Vision Statement for the Thailand-United States Defense Alliance) เป็นกรอบแนวทางสำคัญ ที่กำหนดทิศทางความร่วมมือทางทหารและความมั่นคง ช่วยสร้างความไว้วางใจ ยกระดับศักยภาพกองทัพไทย และค้ำจุนเสถียรภาพในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
ทำความรู้จัก พีท เฮกเซธ อดีตพิธีกร Fox News มือขวาคนโปรดที่ทรัมป์ไว้ใจคุมเพนตากอน
พีท เฮกเซธ เป็นอดีตพิธีกรรายการ Fox News และทหารผ่านศึก เขาได้รับเลือกจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ซึ่งทรัมป์ได้เปลี่ยนชื่อกระทรวงกลาโหมหรือเพนตากอน (Pentagon) เป็นกระทรวงสงคราม เพื่อให้สอดคล้องกับการทำงาน หลังจากทรัมป์ได้รับเลือกตั้งกลับมาดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2 เนื่องจากมีความสนิทสมอนและมีแนวคิดทางการเมืองแบบอนุรักษ์นิยมที่สอดคล้องกับทรัมป์อย่างมาก
-ภูมิหลังการทำงาน: เคยเป็นพิธีกรร่วมในรายการ Fox & Friends Weekend ช่อง Fox News ซึ่งเป็นช่องข่าวที่ทรัมป์ชื่นชอบและติดตามเป็นประจำ
-ประวัติทางทหาร: เป็นนายทหารผ่านศึกและอดีตพันตรีในกองกำลังรักษาดินแดนแห่งกองทัพบกสหรัฐฯ เคยผ่านภารกิจในกวมตานาโม อิรัก และอัฟกานิสถาน
-บทบาทในรัฐบาลทรัมป์: ได้รับการเสนอชื่อและเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และความสนใจจากสื่อมวลชน เนื่องจากก้าวกระโดดจากวงการสื่อโทรทัศน์สู่การคุมกองทัพสหรัฐฯ โดยตรง
เฮกเซธได้ชื่อว่าเป็นคนที่ทรัมป์ไว้วางใจ ท่ามกลางความคาดหมายว่าเป็นหนึ่งในตัวเก็งที่จะได้รับการสนับสนุนให้ลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดี เขายังเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ได้ขึ้นเครื่องบินทหาร C-32A ที่ทรัมป์ใช้เดินทางออกจากตุรกีอย่างลับๆ
หลังเสร็จสิ้นการประชุมสุดยอดขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO ที่ตุรกี โดยให้เครื่องบิน Air Force One ลำเดิม ที่มีรัฐมนตรีและฝ่ายบริหารหลายคน รวมทั้งนักข่าว เป็น "ตัวล่อ"