รัสเซียล้างแค้นด่วน! รัวมิสไซล์ถล่ม เคียฟ ยับ หลังยูเครนเซ็นดีลโดรนอียู
16 ก.ค. 2569 | apirak_pra

กรุงเคียฟเผชิญหน้ากับการปูพรมถล่มด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่จากกองทัพรัสเซีย เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ว่อนเมือง เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังอียูเซ็นดีลร่วมผลิตโดรนรบ
ข่าว
16 ก.ค. 2569 | apirak_pra

กรุงเคียฟเผชิญหน้ากับการปูพรมถล่มด้วยขีปนาวุธครั้งใหญ่จากกองทัพรัสเซีย เกิดระเบิดและเพลิงไหม้ว่อนเมือง เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังอียูเซ็นดีลร่วมผลิตโดรนรบ
KEY
POINTS
สถานการณ์สงครามในทวีปยุโรปทวีความรุนแรงและตึงเครียดขึ้นอีกระลอก ล่าสุด สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กรุงเคียฟ ประเทศยูเครน เผชิญกับการเปิดฉากโจมตีทางอากาศครั้งมหากาพย์จากกองทัพรัสเซีย ที่ระดมยิงขีปนาวุธทิ้งตัว (Ballistic Missiles) ถล่มใส่พื้นที่หลายเขตพร้อมกันอย่างบ้าคลั่ง ส่งผลให้เกิดระเบิดสนั่นหวั่นไหวและเพลิงไหม้ลุกท่วมทั่วทั้งเมืองหลวง ปฏิบัติการทางทหารครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปเพิ่งจะเดินทางมาเยือนยูเครนเพื่อลงนามในข้อตกลงความร่วมมือทางทหารฉบับใหม่
วิตาลี คลิตช์โก นายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ เปิดเผยผ่านแพลตฟอร์ม Telegram ในช่วงเช้ามืดของวันพฤหัสบดีว่า เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยและดับเพลิงกำลังเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในหลายจุด หลังจากขีปนาวุธของรัสเซียพุ่งเป้าโจมตีคลังสินค้าในเขตสเวียโตชีนสกี รวมถึงอาคารที่พักอาศัยและสิ่งปลูกสร้างในเขตดาร์นิตสกี นอกจากนี้ เศษซากของขีปนาวุธที่ถูกยิงสกัดยังได้ร่วงหล่นลงมาสร้างความเสียหายและจุดชนวนเพลิงไหม้ซ้ำเติมในพื้นที่พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ยุทธการโจมตีทางอากาศดำเนินไปอย่างตึงเครียดนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่กองทัพอากาศยูเครนจะประกาศยกเลิกสัญญาณเตือนภัย
ความก้าวร้าวทางทหารของรัฐบาลมอสโกในรอบนี้ ถูกนักวิเคราะห์มองว่าเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบอย่างรุนแรงต่อกรณีที่ อูร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (EU) ได้เดินทางมาเยือนกรุงเคียฟอย่างเป็นทางการเมื่อวันพุธ เพื่อร่วมพิธีเนื่องในวันสถาปนารัฐของยูเครน พร้อมทั้งร่วมลงนามกับประธานาธิบดี โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ในข้อตกลง "ดีลโดรนรบ" (Drone Deal) ครั้งประวัติศาสตร์ ซึ่งมีเป้าหมายในการผสมผสานประสบการณ์ในสนามรบจริงของยูเครนเข้ากับขีดความสามารถทางอุตสาหกรรมอันมหาศาลของสหภาพยุโรป เพื่อร่วมกันจัดตั้งโครงการผลิตและเร่งขยายกำลังการผลิตโดรนโจมตีขั้นสูงในพื้นที่ปลอดภัยนอกยูเครนเพื่อส่งมาทำสงคราม
สงครามที่ลากยาวเข้าสู่ปีที่สี่ทวีความโหดเหี้ยมและสร้างความสูญเสียต่อชีวิตของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยหน่วยงานท้องถิ่นของยูเครนรายงานว่า ปฏิบัติการโจมตีทางอากาศของรัสเซียในช่วงกลางวันแสกๆ ของวันพุธที่ผ่านมา ได้สร้างโศกนาฏกรรมคร่าชีวิตพลเรือนไปทันทีถึง 13 ราย และส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีกประมาณ 50 คน ทั่วประเทศ
เป้าหมายการทำลายล้างของกองทัพรัสเซียในระลอกนี้ มุ่งเน้นไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนอย่างชัดเจน โดยขีปนาวุธได้พุ่งเป้าโจมตีโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่และสถานพยาบาล (Healthcare Facilities) ในเมืองท่าโอเดซา (Odesa) ริมฝั่งทะเลดำ ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกธัญพืชสำคัญ รวมถึงการปูพรมถล่มพื้นที่เมืองซูมี (Sumy) ทางตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งมีพรมแดนประชิดติดกับรัสเซีย โดยความรุนแรงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่า ทั้งสองฝ่ายได้ยกระดับการใช้อาวุธทำลายล้างสูงโจมตีข้ามพรมแดนกันอย่างดุเดือดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา และส่งผลให้อัตราการเสียชีวิตของพลเรือนผู้บริสุทธิ์พุ่งสูงขึ้นอย่างน่ากังวล