เนชั่นทีวี

ข่าว

มะกันสอยเรือน้ำมัน อิหร่านรัวถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ทำไซเรนระงม

16 ก.ค. 2569 | apirak_pra

มะกันสอยเรือน้ำมัน อิหร่านรัวถล่มฐานทัพสหรัฐฯ ทำไซเรนระงม

สงครามตะวันออกกลางถล่มกันหนัก สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ทำลายเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิหร่านรัวขีปนาวุธสวนกลับถล่มฐานทัพอเมริกาพังยับ

สงครามตะวันออกกลางถล่มกันหนัก สหรัฐฯ ยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์ทำลายเรือน้ำมันในช่องแคบฮอร์มุซ ด้านอิหร่านรัวขีปนาวุธสวนกลับถล่มฐานทัพอเมริกาพังยับ

KEY

POINTS

  • กองทัพสหรัฐฯ ใช้โดรนยิงขีปนาวุธเฮลล์ไฟร์โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่าน และถล่มเกาะตุนบ์ใหญ่ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญ
  • อิหร่านเปิดฉากปฏิบัติการล้างแค้น โดยระดมยิงขีปนาวุธและส่งฝูงโดรนพลีชีพถล่มฐานทัพอากาศสหรัฐฯ ในคูเวตและจอร์แดน
  • การปะทะกันอย่างรุนแรงส่งผลให้มีเสียงไซเรนเตือนภัยดังระงมในหลายพื้นที่ ทั้งในอิหร่าน คูเวต และบาห์เรน

วิกฤตการณ์สงครามในภูมิภาคตะวันออกกลางดิ่งลงสู่จุดวิกฤตขั้นสูงสุดและสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดสงครามเต็มรูปแบบรอบใหม่ เมื่อกองทัพสหรัฐฯ และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) เปิดฉากปะทะเดือดอย่างไร้ความปรานีทั้งทางอากาศและทางทะเล ล่าสุดกองทัพอเมริกันได้ยกระดับความโหดเหี้ยมด้วยการสอยทำลายเรือบรรทุกน้ำมันกลางน่านน้ำยุทธศาสตร์ ส่งผลให้กระแสความขัดแย้งลุกเป็นไฟทั่วทั้งภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียและดันราคาน้ำมันดิบโลกพุ่งสูงขึ้นเป็นวันที่สี่ติดต่อกัน

 

มะกันรัวมิสไซล์เฮลล์ไฟร์สอยเรือน้ำมัน พร้อมปูพรมถล่มเกาะยุทธศาสตร์ยับ

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) แถลงปฏิบัติการทางทหารครั้งประวัติศาสตร์ ยืนยันว่าได้ส่งโดรนจู่โจมยิงขีปนาวุธ "เฮลล์ไฟร์" (Hellfire) เข้าโจมตีและทำลายเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งจนสิ้นสภาพการใช้งาน (Disabled) ขณะที่เรือลำดังกล่าวพยายามฝ่าฝืนมาตรการปิดล้อมทางทะเลเพื่อแล่นมุ่งหน้าเข้าสู่ท่าเรือของอิหร่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังได้ปิดฉากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศระลอกใหม่ในพื้นที่ตอนใต้ โดยระดมยิงอาวุธนำวิถีแม่นยำสูงถล่มเกาะตุนบ์ใหญ่ (Greater Tunb Island) ซึ่งเป็นด่านหน้าทางทหารที่สำคัญของอิหร่าน ยาวนานกว่า 90 นาที เพื่อทำลายระบบป้องกันภัยชายฝั่งและคลังเก็บขีปนาวุธร่อนให้พังพินาศ

ความรุนแรงในคืนที่ผ่านมายังขยายวงกว้างเข้าไปถึงแผ่นดินใหญ่ของอิหร่าน โดยมีรายงานเสียงระเบิดและไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังสนั่นหวั่นไหวทั่วนครหลวงเตหะราน และเมืองพัคดัชต์ รวมถึงพื้นที่ฐานทัพนิวเคลียร์ลับพาร์ชิน (Parchin) ส่งผลให้กองทัพอิหร่านต้องรีบเปิดใช้งานระบบป้องกันภัยทางอากาศทั่วประเทศเพื่อสกัดกั้นขีปนาวุธ ท่ามกลางรายงานจากกระทรวงสาธารณสุขอิหร่านที่ระบุว่า ยอดผู้เสียชีวิตจากการโจมตีของสหรัฐฯ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาพุ่งสูงถึงอย่างน้อย 35 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกกว่า 300 คน โดยมีรายงานว่าแรงระเบิดของสหรัฐฯ ได้สร้างความเสียหายต่อโรงพยาบาลรักษาโรคมะเร็งในเด็กที่เมืองอาห์วาซจนต้องอพยพผู้ป่วยวุ่น

 

อิหร่านสวนกลับส่งฝูงโดรนกามิกาเซ่ระเบิดค่ายทหารอเมริกาในคูเวต-จอร์แดน

ด้านกองทัพบกอิหร่านและ IRGC ประกาศเปิดฉากปฏิบัติการล้างแค้นตอบโต้ทันที โดยระดมยิงขีปนาวุธและฝูงโดรนพลีชีพเข้าถล่มฐานทัพอากาศอาลี อัล ซาเล็ม (Ali Al Salem) ในประเทศคูเวต โดยอิหร่านอ้างว่าสามารถทำลายระบบเรดาร์เตือนภัยล่วงหน้า C-RAM และจุดรวมพลของทหารอเมริกันจนราบคาบ เพื่อตอบโต้ที่สหรัฐฯ ใช้ดินแดนคูเวตเป็นฐานยิงถล่มค่ายทหารบัมปูร์จนส่งผลให้กำลังพลอิหร่านเสียชีวิตทันที 7 นาย ควบคู่ไปกับการเปิดปฏิบัติการ "สายฟ้า" (Saeqeh) ระยะที่เก้า ส่งฝูงโดรนกามิกาเซ่พุ่งชนระบบสื่อสารและคลังน้ำมันเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ ที่ฐานทัพอากาศอัซรักในประเทศจอร์แดน จนเกิดเพลิงไหม้ลุกท่วม

สถานการณ์ที่ทวีความรุนแรงส่งผลให้เสียงไซเรนเตือนภัยทางอากาศดังระงมทั่วประเทศบาห์เรนและคูเวตเพื่อสั่งประชาชนอพยพเข้าที่กำบังอย่างเร่งด่วน ทว่าในมิติด้านการทูตกลับเกิดกลิ่นอายแปลกประหลาดเมื่อประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social แสดงความขอบคุณอิหร่านอย่างเป็นกรณีพิเศษ หลังจากรัฐบาลเตหะรานยอมปล่อยตัวพลเมืองสตรีชาวอเมริกันที่ถูกคุมตัวไว้ตั้งแต่ปลายปี 2567 ออกนอกประเทศอย่างปลอดภัย ซึ่งทรัมป์ระบุว่าเป็น "สัญญาณแห่งความปรารถนาดี" ท่ามกลางกระแสข่าวลือจากทำเนียบขาวว่าทั้งสองประเทศยังคงแอบเปิดช่องทางเจรจาลับเพื่อหาข้อตกลงร่วมกัน แม้ว่าในฉากหน้ากองทัพของทั้งสองฝ่ายจะยังคงเปิดฉากสู้รบกันอย่างบ้าคลั่งก็ตาม

ข่าวล่าสุด