วันเดียวกัน อีกด้านหนึ่ง ที่อาคารรัฐสภา นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ (กมธ.งบฯ) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมาธิการในวันนี้มีทั้งหมด 3 วาระ โดยวาระแรกเป็นการติดตามความคืบหน้าโครงการ TH AI Passport ซึ่งเดิมเข้าใจว่าจะเปิดให้ลงทะเบียนในวันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการเปิดลงทะเบียน
กอบโกยกันฉ่ำ? "รักชนก" ลั่นเป้าหมายคือ "ยกเลิก" โครงการ TH AI Passport หลังพบพิรุธรายโครงการ
นางสาวรักชนก กล่าวว่า วันนี้กรรมาธิการจะสอบถามถึงการแก้ไขสัญญา รวมถึงวิธีการคำนวณค่าใช้จ่ายในรูปแบบ Pay per Use ว่าสุดท้ายมีหลักเกณฑ์อย่างไร พร้อมทั้งยังมีข้อสงสัยอีกหลายประการ โดยเฉพาะกรณีที่ตัวแทนบริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ว่า จอแสดงผลที่ระบุไว้ในโครงการเป็นเพียงองค์ประกอบเล็ก ๆ มีมูลค่าประมาณ 900,000 บาท จึงไม่ใช่สาระสำคัญของโครงการ
น.ส.รักชนก กล่าวว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น เพราะแม้มูลค่าของจอจะดูไม่สูง แต่กลับเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สามารถใช้กำหนดผู้ชนะการประมูลได้ อีกทั้งจากการที่กรรมาธิการใช้วิธีการคำนวณในเชิงธุรกิจ พบว่า จอที่ระบุไว้ในรายละเอียดคุณลักษณะ (สเปก) ของโครงการ TH AI Passport หากรวมทั้งหมดแล้วน่าจะมีมูลค่าสูงถึงประมาณ 9 ล้านบาท ไม่ใช่เพียง 900,000 บาท ตามที่บริษัทกล่าวอ้าง
ส่วนการประชุมครั้งนี้ กรรมาธิการได้เชิญนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และนายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เข้าชี้แจงด้วย นั้น
นางสาวรักชนก กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากรัฐมนตรีว่าติดภารกิจเดินทางไปต่างประเทศ แต่ถือเป็นครั้งที่ 3 แล้วที่รัฐมนตรีไม่ได้เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการ ซึ่งมองว่าไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควร ทั้งที่โครงการดังกล่าวมีการเปิดให้อินฟลูเอนเซอร์สายเทคโนโลยีและผู้ที่เกี่ยวข้องบางส่วนทดลองใช้งานไปแล้ว
“เราอยากจะย้ำความสำคัญอีกครั้งนึงว่า แน่นอนว่าโครงการนี้เรียกว่าไรฉากหน้าหรือว่าฟีเจอร์ของมันเนี่ยอาจจะดูดี อาจจะดูสมเหตุสมผล หรือว่าแม้กระทั่งตัวโครงการเองดิฉันก็คิดว่าก็เป็นการดีที่ให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้ใช้เอไอฟรี แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่เราจะต้องโฟกัสกันจริง ๆ ก็คือเรื่องของการล็อกสเปคในโครงการและบริษัทที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่าทำโครงการนี้ก่อนที่จะมีทีโออาร์สำเร็จซะอีก” นางสาวรักชนก กล่าว
นางสาวรักชนก กล่าวต่อว่า วาระที่ 2 เป็นการพิจารณาโครงการ NDLP ซึ่งเป็นโครงการที่มีความผิดปกติ เนื่องจากมีการว่าจ้างที่ปรึกษากว่า 400 คน หรือเกือบ 500 คน แต่ผลลัพธ์ที่ได้กลับเป็นเพียงแพลตฟอร์มการเรียนรู้และเนื้อหาประมาณ 5,000 คอนเทนต์
นอกจากนี้ กรรมาธิการได้ขอรายชื่อที่ปรึกษาที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่าจ้าง รวมถึงขอข้อมูลจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่กลับไม่ได้รับรายชื่อดังกล่าว ทั้งที่ สพฐ. เป็นผู้ใช้งบประมาณว่าจ้างที่ปรึกษาโดยตรง จึงควรทราบว่าได้จ้างบุคคลใดบ้าง
ส่วนวาระที่ 3 เป็นการติดตามประเด็นด้านการปกครองท้องถิ่น
โดย นางสาวรักชนก ระบุว่า จะนำประเด็นจากการประชุมของคณะกรรมาธิการกฎหมายเมื่อวานนี้มาต่อยอดในการพิจารณา
เมื่อถามว่ารัฐบาลมีจุดยืนชัดเจนว่าจะเดินหน้าโครงการนี้แต่ส่วนการประชุมในกรรมาธิการจะพิจารณาโดยมีจุดมุ่งหมายอย่างไรต่อจากนี้
นางสาวรักชนก กล่าวว่า ”จริง ๆ แล้วเป้าหมายสูงสุดของเราก็คืออยากจะให้ยกเลิกโครงการนะคะดิฉันก็ไม่เปลี่ยนแปลงเป้าหมาย แต่ว่าสิ่งที่เราอาจจะทำได้ในตอนนี้ก็คือทำให้โครงการนี้มันมีความคุ้มค่ามากที่สุด“
นางสาวรักชนก กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมโครงการกำหนดเปิดลงทะเบียนระหว่างวันที่ 5-10 มิถุนายน แต่สุดท้ายต้องเลื่อนออกมา 1 เดือน และมีการปรับเปลี่ยนรายละเอียดหลายประการ ทั้งการปรับรูปแบบการใช้งานเป็น Pay per Use จากเดิมที่เป็นการเหมาจ่าย ซึ่งสะท้อนว่าโครงการอาจถูกออกแบบมาโดยขาดความรอบคอบตั้งแต่แรก
“แปลว่าโครงการเดิมเนี่ยคือตั้งใจจะทำให้มันไม่คุ้มค่า ตั้งใจจะทำให้มันไม่โปร่งใสตั้งแต่แรกอยู่แล้วหรือเปล่า ถ้ามันไม่เป็นข่าวขึ้นมาท่านก็ปล่อยเลยตามเลยนะคะ กินอิ่มนอนหลับแล้วก็กอบโกยกันฉ่ำเลยหรือเปล่า” นางสาวรักชนก กล่าว
ภาพและข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก ชิดชอบไชยชนก