เนชั่นทีวี

ข่าว

ฉาวโฉ่! โครงการอาหารฟรีอินโดฯ พ่นพิษ ทุจริตงบหมื่นล้าน-ทำเด็กป่วยพุ่งกว่า 3 หมื่น

09 ก.ค. 2569 | apirak_pra

ฉาวโฉ่! โครงการอาหารฟรีอินโดฯ พ่นพิษ ทุจริตงบหมื่นล้าน-ทำเด็กป่วยพุ่งกว่า 3 หมื่น

โครงการแจกอาหารฟรีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูบียันโต กลายเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สุด หลังพบงบรั่วไหลและการกระจายอาหารไม่ทั่วถึง

โครงการแจกอาหารฟรีมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูบียันโต กลายเป็นคดีทุจริตครั้งใหญ่ที่สุด หลังพบงบรั่วไหลและการกระจายอาหารไม่ทั่วถึง

KEY

POINTS

  • โครงการอาหารฟรีในอินโดนีเซียเผชิญปัญหาทุจริตคอร์รัปชันครั้งใหญ่ มีการจัดตั้ง "โรงครัวผี" กว่า 7,000 แห่งเพื่อเบิกงบประมาณ และมีการจับกุมเจ้าหน้าที่ระดับสูง
  • คุณภาพอาหารที่ไม่ได้มาตรฐานและปัญหาด้านสุขอนามัย ส่งผลให้มีเด็กนักเรียนกว่า 33,000 คนล้มป่วยจากภาวะอาหารเป็นพิษ
  • การจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรล้มเหลว โดยโรงครัวส่วนใหญ่กระจุกตัวในพื้นที่ร่ำรวย ขณะที่ภูมิภาคยากจนซึ่งมีปัญหาทุพโภชนาการสูงกลับถูกละเลย

โครงการ "อาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการฟรี" (Free Nutritious Meals) ซึ่งเป็นนโยบายประชานิยมชูโรงมูลค่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 5.4 แสนล้านบาท) ของประธานาธิบดี ปราโบโว ซูบียันโต แห่งอินโดนีเซีย กำลังลุกลามกลายเป็นหนึ่งในคดีอื้อฉาวเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชันและการบริหารจัดการที่ล้มเหลวครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี หลังเผชิญข้อครหาเกี่ยวกับการทุจริตจัดซื้อจัดจ้าง งบประมาณรั่วไหล และปัญหาสุขอนามัยร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อเด็กนักเรียนทั่วประเทศ

 

เด็ดหัวบิ๊กสำนักงานโภชนาการ เซ่นปมโกงงบประมาณและ "โรงครัวผี"

ชนวนเหตุของวิกฤตคอรัปชันครั้งนี้ถูกเปิดโปงหลังจากเจ้าหน้าที่ทางการอินโดนีเซียเข้าจับกุมตัวหัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติพร้อมรองหัวหน้าอีก 2 คน ในข้อหาฉ้อโกงการจัดซื้อจัดจ้างคิดเป็นมูลค่าความเสียหายสูงถึง 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ก่อนจะขยายผลการสอบสวนไปยังเจ้าหน้าที่ระดับสูงรวมถึงนายทหารและนายตำรวจ โดยพบพฤติกรรมเอื้อประโยชน์ให้แก่มูลนิธิเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงกับกองทัพและตำรวจในการเข้ามาสัมปทานบริหารจัดการโรงครัวกว่า 28,000 แห่ง แทนที่จะใช้ระบบโรงอาหารของโรงเรียนตามปกติ

ยิ่งไปกว่านั้น ซูลกิฟลี ฮาซัน รัฐมนตรีประสานงานด้านอาหาร ได้ออกมาเปิดเผยความจริงอันน่าตกใจว่า โครงการดังกล่าวมีการจัดตั้ง "โรงครัวผี" หรือโรงครัวส่วนเกินที่ไม่มีการใช้งานจริงมากถึง 7,000 แห่ง ทว่ารัฐบาลกลับต้องสูญเสียเงินงบประมาณในการจ่าย "ค่าเบี้ยเลี้ยงจูงใจรายวัน" ให้แก่โรงครัวผีเหล่านี้สูงถึง 1 ล้านล้านรูเปียห์ (ประมาณ 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ต่อเดือน โดยมีการซื้อขายใบอนุญาตประกอบกิจการโรงครัวกันอย่างเป็นขบวนการ บีบให้ประธานาธิบดีต้องสั่งหั่นงบประมาณรวมลงจาก 18,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เหลือ 14,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน

สอบตกการกระจายงบ เน้นแจกเกาะคนรวย ขณะที่ยอดเด็กอาหารเป็นพิษพุ่ง 33,000 ราย

กลุ่มภาคประชาสังคมและนักวิเคราะห์เศรษฐกิจจากมหาวิทยาลัยอินโดนีเซีย ออกมาวิจารณ์ถึงโครงสร้างนโยบายที่ผิดพลาดอย่างรุนแรง โดยพบว่าโรงครัวมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือราว 18,000 แห่ง กลับถูกตั้งขึ้นบนเกาะชวา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ร่ำรวยและมีความพร้อมมากที่สุดของประเทศ ในขณะที่ภูมิภาคยากจนอย่างปาปัวตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีสถิติเด็กเติบโตแคระแกร็น (Stunting) สูงที่สุดในประเทศ กลับมีโรงครัวรองรับเพียง 270 แห่งเท่ากับเกาะท่องเที่ยวอย่างบาหลี นอกจากนี้ โครงการยังมุ่งเน้นไปที่การแจกอาหารเด็กโตในระดับมัธยมศึกษา ทั้งที่กลุ่มเป้าหมายสำคัญในการแก้ปัญหาแคระแกร็นควรจะเป็นหญิงตั้งครรภ์และเด็กทารก

ซ้ำร้ายกว่านั้น ภาพลักษณ์ของโครงการยังดิ่งเหวจากปัญหาสุขอนามัยที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเครือข่ายเฝ้าระวังการศึกษาอินโดนีเซียเปิดเผยสถิติล่าสุด ณ เดือนเมษายน 2026 พบว่ามีเด็กนักเรียนเผชิญอาการ "อาหารเป็นพิษ" จากการรับประทานอาหารในโครงการนี้พุ่งสูงถึง 33,000 รายแล้ว อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีซูบียันโตยังคงออกโรงปกป้องนโยบายดังกล่าวอย่างแข็งกร้าว โดยระบุว่าไม่มีสิ่งใดเร่งด่วนไปกว่าความหิวโหยของประชาชน และหากคนหิวไม่ได้รับอาหารพวกเขาก็ต้องตาย

ข่าวล่าสุด