"ทรัมป์" ร่วมคณะ ยอมสยบศึกนาโต จ่อเซ็นค้ำมาตรา 5 ปกป้องพันธมิตร
06 ก.ค. 2569 | apirak_pra

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมร่วมลงนามรับรองพันธสัญญามาตรา 5 ของนาโตในการประชุมสุดยอดที่ตุรกี หลังขู่ถอนตัวข้ามปี พร้อมอัดงบช่วยยูเครนเฉียด 3 ล้านล้านบาท
ข่าว
06 ก.ค. 2569 | apirak_pra

โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมร่วมลงนามรับรองพันธสัญญามาตรา 5 ของนาโตในการประชุมสุดยอดที่ตุรกี หลังขู่ถอนตัวข้ามปี พร้อมอัดงบช่วยยูเครนเฉียด 3 ล้านล้านบาท
KEY
POINTS
การประชุมสุดยอดผู้นำองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ หรือ นาโต (NATO Summit) ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้น ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ระหว่างวันที่ 7-8 กรกฎาคมนี้ ถูกจับตามองว่าเป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญที่อาจช่วยลดความตึงเครียดของสถานการณ์ความมั่นคงโลก ล่าสุด คณะทูตถาวรของบรรดาประเทศสมาชิกนาโตทั้ง 32 ชาติ รวมถึงสหรัฐอเมริกา ได้มีมติเห็นชอบร่วมกันในร่างแถลงการณ์ร่วมฉบับประวัติศาสตร์ โดยใจความสำคัญระบุว่า เหล่าผู้นำโลกซึ่งรวมถึงประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ พร้อมใจกันที่จะร่วมลงนามยืนยัน "พันธสัญญาที่แข็งแกร่งดั่งเหล็กกล้า" ในการปกป้องอธิปไตยร่วมกันภายใต้กฎบัตรมาตรา 5 (Article 5) ที่ระบุว่าการโจมตีสมาชิกชาติใดชาติหนึ่ง จะถือเป็นการโจมตีพันธมิตรนาโตทั้งหมด
ความเคลื่อนไหวในร่างแถลงการณ์ฉบับนี้สร้างความประหลาดใจให้กับเหล่านักวิเคราะห์การเมืองโลกอย่างมาก เนื่องจากที่ผ่านมา โดนัลด์ ทรัมป์ มักจะแสดงท่าทีก้าวร้าว คัดค้าน และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของนาโตมาโดยตลอด โดยเขามักกล่าวหาว่าบรรดาประเทศสมาชิกในยุโรปพึ่งพาเม็ดเงินและกองทัพของสหรัฐฯ มากเกินไปโดยไม่ยอมเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมของตนเอง
ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ทรัมป์เปิดฉากขัดแย้งและปะทะคารมอย่างรุนแรงกับผู้นำยุโรปเกี่ยวกับประเด็นสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทรัมป์ถึงขั้นตั้งคำถามต่อความจำเป็นของสนธิสัญญาป้องกันร่วมกัน และประกาศต่อสาธารณะว่ากำลังพิจารณาที่จะนำสหรัฐฯ ถอนตัวออกจากกลุ่มนาโต ทว่า การที่คณะทูตของสหรัฐฯ ยอมไฟเขียวรับรองเนื้อหาในร่างแถลงการณ์นี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ชัดเจนว่า ทรัมป์ยอมที่จะพับเก็บแนวคิดดุดันเหล่านั้นเอาไว้ชั่วคราว เพื่อรักษาเสถียรภาพและความสัมพันธ์ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกในเวลานี้
นอกเหนือจากประเด็นการการันตีความปลอดภัยของชาติสมาชิกแล้ว ในร่างแถลงการณ์ที่ผ่านการกลั่นกรองจากคณะทูตนาโตระบุว่า ชาติพันธมิตรเตรียมจะอนุมัติงบประมาณช่วยเหลือทางการทหารครั้งใหญ่ให้แก่ประเทศยูเครนเป็นมูลค่าสูงถึง 70,000 ล้านยูโร (หรือราว 2.76 ล้านล้านบาท) สำหรับปี 2026 นี้ พร้อมทั้งให้คำมั่นว่าจะรักษาระดับการสนับสนุนทางการเงินและอาวุธยุทโธปกรณ์ในจำนวนที่ใกล้เคียงกันนี้ต่อไปจนถึงปี 2027 อีกด้วย โดยข้อตกลงนี้ยังคงรอการลงนามอนุมัติขั้นสุดท้ายจากเหล่าผู้นำในที่ประชุมอย่างเป็นทางการ
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ร่วมยังได้ระบุถึงภัยคุกคามในระยะยาว โดยชี้ชัดว่าประเทศรัสเซียยังคงเป็น "ภัยคุกคามระยะยาว" ต่อความมั่นคงและเสถียรภาพของภูมิภาคยุโรป-แอตแลนติก ทว่าเนื้อความได้ชื่นชมบรรดาชาติสมาชิกในยุโรปและประเทศแคนาดาที่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงในการประชุมสุดยอดที่กรุงเฮกเมื่อปีที่ผ่านมา ด้วยการยอมควักกระเป๋าเพิ่มงบประมาณด้านการทหารของตนเอง เพื่อแบ่งเบาภาระและร่วมสร้างยุโรปที่แข็งแกร่งภายใต้นาโต นอกจากนี้ นาโตยังได้ส่งสัญญาณเตือนอย่างดุดันไปยังอิหร่าน โดยเน้นย้ำจุดยืนร่วมกันว่า อิหร่านจะต้องไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์อย่างเด็ดขาด พร้อมทั้งเรียกร้องให้รัฐบาลเตหะรานยอมรับและเคารพต่อเสรีภาพในการเดินเรือสินค้าผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่เพื่อความสงบสุขของเศรษฐกิจโลก