ผู้นำฝ่ายค้าน ลุยปราจีนฯ ปราบขยะพิษ-โรงงานเถื่อน จี้ทบทวน EEC
18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ผู้นำฝ่ายค้าน ‘ณัฐพงษ์’ ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับฟังปัญหามลพิษ ลักลอบทิ้งขยะพิษและโรงงานเถื่อน จี้รัฐบาลทบทวนการขยายพื้นที่ EEC ต้องเน้นคุณภาพชีวิตประชาชน
ข่าว
18 ส.ค. 2569 | titayu_pur

ผู้นำฝ่ายค้าน ‘ณัฐพงษ์’ ลงพื้นที่ปราจีนบุรี รับฟังปัญหามลพิษ ลักลอบทิ้งขยะพิษและโรงงานเถื่อน จี้รัฐบาลทบทวนการขยายพื้นที่ EEC ต้องเน้นคุณภาพชีวิตประชาชน
KEY
POINTS
18 สิงหาคม 2569 เท้ง-ณัฐพงษ์ ผู้นำฝ่ายค้าน นำทีมพรรคประชาชนลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ตรวจสอบปัญหา โรงงานเถื่อน และการลักลอบทิ้ง ขยะพิษปราจีนบุรี ในพื้นที่ อ.กบินทร์บุรี และ อ.ศรีมหาโพธิ หลังชาวบ้านร้องเรียนว่า ได้รับผลกระทบจากมลพิษทางอากาศและน้ำเสียสะสมมาตั้งแต่ปี 2562 พร้อมแสดงความกังวลต่อแนวคิดการ ขยายพื้นที่ EEC ที่อาจซ้ำเติมปัญหาสิ่งแวดล้อม ด้านอุตสาหกรรมจังหวัดยืนยันเร่งดำเนินคดีโรงงานผิดกฎหมายทุกแห่ง ขณะที่ฝ่ายค้านเตรียมนำปัญหาเข้าสู่สภา เพื่อผลักดันการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านฯ พร้อมด้วย นายปราเมศ วิทยารักษ์สรรค์ (กมธ.อุตสาหกรรม), นายพูนศักดิ์ จันทร์จำปี (กมธ.การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม), นายกรุณพล เทียนสุวรรณ (กมธ.การสื่อสารฯ) และ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ อดีต สส.พรรคก้าวไกล ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อติดตามตรวจสอบ การประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และการฝ่าฝืนกฎหมายในจังหวัดปราจีนบุรี
ตัวแทนกลุ่มปราจีนบุรีเข้มแข็ง ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจว่า ปัญหาลักลอบทิ้งขยะมลพิษในพื้นที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่ปี 2562 มีทั้งกรณีที่จับได้และลักลอบกระทำผิดซ้ำซ้อน ล่าสุดเมื่อเดือนที่ผ่านมาพบการลักลอบทิ้งสายไฟจำนวนมากโดยกลุ่มกระบวนการเดิม
นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรม "โรงงานสีเทา" ทั้งกลุ่มทุนจีนที่ไม่มีใบอนุญาต โรงงานที่บุกรุกป่าสงวน และโรงงานที่มีใบอนุญาตเพียงฉบับเดียวแต่กลับประกอบกิจการหลายประเภทในที่เดียวกัน ขณะที่การบังคับใช้กฎหมายและการฟื้นฟูพื้นที่กลับเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบราชการ
ในส่วนของข้อเสนอที่จะขยายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) มายังจังหวัดปราจีนบุรีนั้น ภาคประชาชนแสดงจุดยืนคัดค้านอย่างชัดเจน โดยระบุว่า ปัจจุบันปัญหาขยะล้นเมืองจากโรงงาน ทั้งถูกและผิดกฎหมายยังแก้ไม่ตก พร้อมตั้งคำถามว่า ขนาดพื้นที่ EEC เดิมในฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ยังมีปัญหามลพิษและควันโขมง หากจังหวัดที่ 4 จะนำมาซึ่งปัญหาที่มากขึ้น ชาวปราจีนบุรีก็ไม่ต้องการการพัฒนาที่แลกกับคุณภาพชีวิต
นายณัฐพงษ์ กล่าวภายหลังรับฟังปัญหาว่า ตนรับไม่ได้หากมีข้าราชการไปพัวพันกับกระบวนการสีเทา แต่เชื่อว่าส่วนใหญ่มีเจตนาดี แต่ติดขัดเรื่องอำนาจกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้ นายกรัฐมนตรี แสดงความกล้าหาญทางการเมือง ใช้อำนาจเป็น "หลังพิง" ให้ข้าราชการในพื้นที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ ไม่ต้องหวาดกลัวการถูกฟ้องร้องจากกลุ่มทุน
"การพัฒนาเศรษฐกิจต้องรักษาสิ่งแวดล้อมและผลประโยชน์ต้องตกกับชุมชน ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนสีเทา รัฐบาลต้องสร้างระบบรายงานและเฝ้าระวัง (Public Dashboard) ที่โปร่งใสเหมือน Traffy Fondue และควรใช้งบประมาณจังหวัดบูรณาการระบบไอทีเพื่อตรวจจับธุรกิจนอมินี" ผู้นำฝ่ายค้านกล่าว
บรรยากาศในที่ประชุมดุเดือดขึ้น เมื่อ นายอภิรักษ์ อ่ำสุริยะ อุตสาหกรรมจังหวัดปราจีนบุรี (สอจ.) ชี้แจงว่า ได้ดำเนินการตามกฎหมายทุกเคสที่ประชาชนแจ้งมา และกำลังเร่งรัดออกหมายจับเจ้าของที่และโรงงาน
ทำให้ นายกรุณพล เทียนสุวรรณ หรือ สส.เพชร ตำหนิการทำงานอย่างรุนแรงว่า เป็นการทำงานเชิงตั้งรับ "ถ้ายังให้ประชาชนเป็นหัวหอกรักษาผลประโยชน์ แล้วจะมีหน่วยงานราชการไว้ทำไม" พร้อมเสนอให้ใช้เทคโนโลยีอย่าง Google Maps ตรวจสอบความผิดปกติของพื้นที่ และประสานกำนันผู้ใหญ่บ้านสแกนโรงงานเถื่อนในพื้นที่ ซึ่งเชื่อว่าทำได้จริงภายใน 3 เดือน
ช่วงบ่าย นายณัฐพงษ์และคณะได้ลงพื้นที่หมู่บ้านบุยายใบ ต.ท่าตูม อ.ศรีมหาโพธิ์ โดยได้ขึ้นท้ายรถกระบะสำรวจรอบนิคมอุตสาหกรรม 304 พบสภาพน้ำเน่าเสียและกลิ่นสารเคมีรุนแรง
ชาวบ้านในพื้นที่สะท้อนความทุกข์ระทมว่าต้องเผชิญกับ "5 กลิ่นมลพิษ" ได้แก่ กลิ่นเอทานอล, กลิ่นเหม็นเน่า, กลิ่นเปรี้ยว, กลิ่นขยะหมักหมม และการขาดหายไปของกลิ่นธรรมชาติ แต่ที่ผ่านมาไม่มีใครกล้าเรียกร้องเพราะหวาดกลัวผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงกรณีที่ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.อุตสาหกรรม (รักษาราชการแทน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ) เตรียมลงพื้นที่ปราจีนบุรีเช่นกัน โดยเชิญชวนให้มาลงพื้นที่ด้วยกัน เพื่อรับฟังเสียงชาวบ้าน และหากรัฐมนตรีรับปากดำเนินการทันทีจะเป็นเรื่องดีต่อประชาชนอย่างยิ่ง