ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันอย่างรุนแรงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและฐานทัพในอ่าวอาหรับตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงยอมระงับการปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว เพื่อเตรียมเปิดเจรจาทางการทูตรอบใหม่ในการแก้วิกฤตการณ์ทางทะเลร่วมกัน
1. สหรัฐฯ-อิหร่านยอมถอย ยุติปฏิบัติการทางทหาร-เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาที่โดฮา
สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ทำเนียบขาวและรัฐบาลเตหะรานได้เห็นพ้องร่วมกันที่จะยุติการโจมตีตอบโต้ทางทหาร (Stand Down) และสั่งระงับกิจกรรมที่ใช้ความรุนแรงทั้งหมดในเวลานี้ เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันสากลสามารถสัญจรผ่านน่านน้ำได้อย่างอิสระ พร้อมกันนี้ ทั้งสองประเทศมีกำหนดการส่งคณะผู้แทนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมเจรจาทางเทคนิค ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ โดยมี นิก สจ๊วต หัวหน้าทีมฝ่ายเทคนิคของสหรัฐฯ เข้าร่วมโต๊ะเจรจา ซึ่งการพูดคุยจะมุ่งเน้นไปที่การจัดระเบียบเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MoU) เป็นหลัก
ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งได้ปะทุขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือขนส่งสินค้าจนนำไปสู่การทิ้งระเบิดถล่มเมืองท่าและเกาะเกชม์ ขณะที่ฝั่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน โดยอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลง MoU ด้วยการเข้ามาแทรกแซงอำนาจการควบคุมน่านน้ำ และพยายามขัดขวางไม่ให้อิหร่านจัดเก็บค่าผ่านทาง การหันหน้าเข้าหากันในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่ากรอบเวลาเจรจา 60 วันเพื่อยุติสงครามอย่างถาวรยังคงดำเนินต่อไปได้