เนชั่นทีวี

ข่าว

สหรัฐฯจับมืออิหร่าน สั่งหยุดยิงชั่วคราว-จ่อเปิดโต๊ะเจรจาที่กาตาร์

29 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

สหรัฐฯจับมืออิหร่าน สั่งหยุดยิงชั่วคราว-จ่อเปิดโต๊ะเจรจาที่กาตาร์

สถานการณ์โลกเริ่มผ่อนคลายหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านตกลงหยุดโจมตีตอบโต้ทางทหารชั่วคราว พร้อมเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาทางเทคนิคนัดพิเศษ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ

สถานการณ์โลกเริ่มผ่อนคลายหลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านตกลงหยุดโจมตีตอบโต้ทางทหารชั่วคราว พร้อมเตรียมเปิดโต๊ะเจรจาทางเทคนิคนัดพิเศษ ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งในช่องแคบฮอร์มุซ

KEY

POINTS

  • สหรัฐฯ และอิหร่านบรรลุข้อตกลงหยุดปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว หลังเกิดการโจมตีตอบโต้กันในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ
  • ทั้งสองประเทศมีกำหนดการส่งผู้แทนเข้าร่วมเจรจาที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อจัดระเบียบเส้นทางเดินเรือพาณิชย์
  • แม้จะยอมเจรจา รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านยังคงยืนยันว่าอิหร่านมีสิทธิ์ขาดในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซแต่เพียงผู้เดียว
  • ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลให้การสัญจรของเรือสินค้าลดลงและทำให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง หลังจากที่กองทัพสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากโจมตีกันอย่างรุนแรงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและฐานทัพในอ่าวอาหรับตลอดช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดมีรายงานว่าทั้งสองฝ่ายบรรลุข้อตกลงยอมระงับการปฏิบัติการทางทหารชั่วคราว เพื่อเตรียมเปิดเจรจาทางการทูตรอบใหม่ในการแก้วิกฤตการณ์ทางทะเลร่วมกัน

 

1. สหรัฐฯ-อิหร่านยอมถอย ยุติปฏิบัติการทางทหาร-เตรียมเปิดโต๊ะเจรจาที่โดฮา

สำนักข่าวแอกซิออส (Axios) และรอยเตอร์ (Reuters) รายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลสหรัฐฯ ระบุว่า ทำเนียบขาวและรัฐบาลเตหะรานได้เห็นพ้องร่วมกันที่จะยุติการโจมตีตอบโต้ทางทหาร (Stand Down) และสั่งระงับกิจกรรมที่ใช้ความรุนแรงทั้งหมดในเวลานี้ เพื่อเปิดทางให้เรือบรรทุกสินค้าและเรือน้ำมันสากลสามารถสัญจรผ่านน่านน้ำได้อย่างอิสระ พร้อมกันนี้ ทั้งสองประเทศมีกำหนดการส่งคณะผู้แทนเดินทางไปเข้าร่วมการประชุมเจรจาทางเทคนิค ณ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ ในวันอังคารที่จะถึงนี้ โดยมี นิก สจ๊วต หัวหน้าทีมฝ่ายเทคนิคของสหรัฐฯ เข้าร่วมโต๊ะเจรจา ซึ่งการพูดคุยจะมุ่งเน้นไปที่การจัดระเบียบเส้นทางเดินเรือพาณิชย์ในช่องแคบฮอร์มุซภายใต้กรอบบันทึกความเข้าใจ (MoU) เป็นหลัก

ก่อนหน้านี้ ความขัดแย้งได้ปะทุขึ้นเนื่องจากสหรัฐฯ กล่าวหาว่าอิหร่านส่งโดรนโจมตีเรือขนส่งสินค้าจนนำไปสู่การทิ้งระเบิดถล่มเมืองท่าและเกาะเกชม์ ขณะที่ฝั่งอิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในคูเวตและบาห์เรน โดยอิหร่านอ้างว่าสหรัฐฯ ละเมิดข้อตกลง MoU ด้วยการเข้ามาแทรกแซงอำนาจการควบคุมน่านน้ำ และพยายามขัดขวางไม่ให้อิหร่านจัดเก็บค่าผ่านทาง การหันหน้าเข้าหากันในครั้งนี้จึงเป็นสัญญาณว่ากรอบเวลาเจรจา 60 วันเพื่อยุติสงครามอย่างถาวรยังคงดำเนินต่อไปได้

อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน

2. รมว.ต่างประเทศอิหร่านลั่น "สิทธิ์ขาดควบคุมฮอร์มุซเป็นของเตหะรานเท่านั้น"

แม้จะยอมเข้าสู่โต๊ะเจรจา แต่นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของอิหร่าน ได้แถลงข่าวร่วมกับรัฐมนตรีต่างประเทศอิรัก ณ กรุงแบกแดด โดยยืนยันจุดยืนอันแข็งกร้าวว่า อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการบริหารจัดการรวมถึงควบคุมเส้นทางเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซนั้นตกเป็นของรัฐบาลเตหะรานแต่เพียงผู้เดียวตามที่ระบุไว้ในข้อตกลง MoU พร้อมทั้งออกโรงเตือนทุกฝ่ายว่า อย่าได้พยายามเข้ามาแทรกแซงหรือจัดตั้งเส้นทางเดินเรือสายใหม่เพื่อหลบเลี่ยงเส้นทางหลักของอิหร่าน เพราะการกระทำดังกล่าวจะกลายเป็นการจุดชนวนให้เกิดสภาวะตึงเครียดและนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงรอบใหม่ทันที

ในขณะเดียวกัน นายอาลี อัคบาร์ เวลายาติ ที่ปรึกษาผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้ออกแถลงการณ์เตือนไปยังประเทศบาห์เรนอย่างรุนแรงผ่านสำนักข่าวทาสนิม (Tasnim News) ว่า บาห์เรนควรรู้จักขอบเขตของตนเองและอย่าคิดเล่นเกมอันตรายกับชะตากรรมของชาติ โดยเตือนว่าหากบาห์เรนยังคงยอมปล่อยให้สหรัฐฯ ใช้ฐานทัพในประเทศเป็นจุดส่งเครื่องบินมารุกรานแผ่นดินอิหร่าน อิหร่านก็พร้อมที่จะใช้กำลังทหารโจมตีถล่มบาห์เรนให้ราบคาบยิ่งกว่าเดิม ซึ่งทางฝั่งบาห์เรนได้ออกโรงปฏิเสธข้ออ้างดังกล่าวพร้อมประณามการโจมตีของอิหร่านว่าเป็นการละเมิดอธิปไตยอย่างร้ายแรง

ช่องแคบฮอร์มุซ

3. พิษศึกฮอร์มุซทำเรือวูบ ดันราคาน้ำมันดิบโลกขยับตัวอีกครั้ง

ผลกระทบจากการปะทะกันทางทหารในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยข้อมูลจากหน่วยประมวลผลระบบเปิดระบุว่า ระหว่างวันศุกร์ถึงวันอาทิตย์ที่ผ่านมา มีเรือสินค้าและเรือพลังงานสัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซลดลงเหลือเพียง 48 ลำ (แบ่งเป็นเรือน้ำมันและก๊าซ 23 ลำ, เรือบรรทุกสินค้าเทกอง 7 ลำ และเรือบรรทุกสินค้าทั่วไป 19 ลำ) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวลดลงอย่างน่าใจหายเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดเหตุปะทะที่มีสถิติการเดินเรือสูงถึง 70 ลำในวันพุธ และ 54 ลำในวันพฤหัสบดี

การหยุดชะงักของเส้นทางลำเลียงพลังงานโลกส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกดีดตัวพุ่งสูงขึ้นทันที โดยสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ขยับเพิ่มขึ้น 58 เซนต์ หรือคิดเป็น 0.8% ซื้อขายที่ราคา 72.57 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เช่นเดียวกับน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ของสหรัฐฯ ที่พุ่งขึ้น 88 เซนต์ หรือเพิ่มขึ้น 1.3% ไปอยู่ที่ราคา 70.11 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งการปรับตัวเพิ่มขึ้นในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งร่วงลงไปกว่า 10.6% ในสัปดาห์ก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้นในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์

ข่าวล่าสุด