จากแนวทางสืบสวน พบว่า มาดามเจิ้ง ได้ร่วมมือกับ BAI Chaoshun ซึ่งเป็นตัวแทนทางกฎหมายของบริษัท ร่วมกันสร้างโครงการลงทุนที่เกี่ยวกับการซื้อเซิร์ฟเวอร์คลาวด์สตอเรจให้กับบริษัทและประชาชน จนทำให้ประชาชนชาวจีนหลงเชื่อร่วมลงทุนเป็นจำนวนมาก หลอกระดมทุนอย่างผิดกฎหมายสร้างความเสียหายรวมมากกว่า 4.243 พันล้านหยวน หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 2 หมื่นล้านบาท และมีชาวจีนตกเป็นเหยื่อสูงถึง 4,500 ราย
ต่อมา พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้ทำการตรวจสอบและสืบทราบว่า มาดามเจิ้งได้หลบหนีเข้ามาพำนักอาศัยอยู่ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการเดินทางไปประสานงานร่วมกับ กก.สส.บก.ตม.5 และ ตม.จว.เชียงใหม่
จนกระทั่งสามารถแกะรอยพบตัวผู้ต้องหารายนี้ที่คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง บนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ เชียงใหม่-ลำปาง เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
พล.ต.ท.ภาณุมาศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย "3 ไม่" ของ สตม. คือ "ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ ไม่ให้รอด" ในการกวาดล้างและเพิกถอนวีซ่าของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย โดยเฉพาะกลุ่มที่ใช้วีซ่านักเรียนแต่ตรวจสอบแล้วไม่ได้เป็นนักศึกษาในสถานศึกษาจริง รวมถึงการผลักดันชาวต่างชาติที่ทำผิดเงื่อนไข เช่น มีหมายจับจากต่างประเทศ มีลักษณะต้องห้ามเข้าประเทศ หรือเป็นบุคคลไม่พึงประสงค์ โดยจะดำเนินการเอกซเรย์พื้นที่และตรวจสอบอย่างเข้มข้นต่อเนื่องเพื่อให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดของชาวต่างชาติ สามารถแจ้งได้ที่ www.immigration.go.th ที่ทำการตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดทุกจังหวัด หรือสายด่วน สตม. 1178 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง