เนชั่นทีวี

ข่าว

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้

15 มิ.ย. 2569 | natthanan_chu

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: เหตุพลิกผันที่อาจทำดีลล่มได้ทุกนาที

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้ ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: เหตุพลิกผันที่อาจทำดีลล่มได้ทุกนาที

KEY

POINTS

  • ดีลประวัติศาสตร์ช็อกโลก: สหรัฐฯ ยุคโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลง (MOU) ยุทธศาสตร์กับอิหร่าน ยุติการสู้รบถาวรทุกแนวรบ และสั่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ดันราคาน้ำมันดิ่งลง 4-5% ขานรับข่าวดี

 

  • เนทันยาฮูกระอัก ชัยชนะเตหะราน: นักวิชาการชี้ดีลนี้คือความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์ของ "เบนจามิน เนทันยาฮู" หลังขายฝันกวาดล้างศัตรูแต่ทำไม่สำเร็จ ซ้ำร้ายยังถูกทรัมป์กดดันทางอ้อมให้ต้องหยุดยิง เสี่ยงทำเก้าอี้นายกฯ สั่นคลอน

 

  • ทุ่งกับดักระเบิดที่สวิตเซอร์แลนด์: แม้จะจัดพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ แต่ดีลยังมีเสี่ยงล่มจากกลุ่ม "ผู้ขัดขวาง" (Spoilers) ทั้งการเดินเกมป่วนเดี่ยวของอิสราเอล และท่าทีภาคสนามของกลุ่มเฮซบอลลาห์

15 มิถุนายน 2569 อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการจากสหรัฐฯ วิเคราะห์ การประกาศบรรลุบันทึกความเข้าใจ (MOU) ที่โลกลุ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน 2026 ระหว่างสหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ถือเป็นหมุดหมายทางการทูตครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในทศวรรษนี้ 

 

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้ อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการจากสหรัฐฯ วิเคราะห์ "ดีลฉบับทรัมป์" 

ท่ามกลางวิกฤตการณ์ในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงจนเกือบถึงจุดแตกหัก การหันหน้ามาเจรจาจนเกิดกรอบข้อตกลงร่วมกันเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ส่องประกายในอุโมงค์อันมืดมิด ทว่าสายตาของประชาคมโลกที่เฝ้ามองไปยังพิธีลงนามอย่างเป็นทางการในวันศุกร์ที่ 19 มิถุนายนนี้ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

กลับเต็มไปด้วยความหวังที่ระคนด้วยความระแวงว่า "ดีลสันติภาพฉบับประวัติศาสตร์นี้ จะนำไปสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืนได้จริง หรือเป็นเพียงฉากบังหน้าก่อนพายุลูกใหญ่จะกระหน่ำซ้ำ?"

 

 

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้

ดีลประวัติศาสตร์ช็อกโลก: สหรัฐฯ ยุคโดนัลด์ ทรัมป์ บรรลุข้อตกลง (MOU) ยุทธศาสตร์กับอิหร่าน ยุติการสู้รบถาวรทุกแนวรบ และสั่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันที ดันราคาน้ำมันดิ่งลง 4-5% ขานรับข่าวดี

 

 

"ดีลฉบับทรัมป์" ชัยชนะของเตหะราน ฝันสลายของ "เนทันยาฮู" นับถอยหลังสู่ "สวิตเซอร์แลนด์" วันศุกร์นี้

 

 

 

 

 

 

 

เพราะในความเป็นจริง การจรดปากกาลงบนน้ำหมึกที่สวิตเซอร์แลนด์ในวันศุกร์นี้ อาจเป็นเพียง "การเริ่มต้นของจุดสิ้นสุดสงคราม" แต่ยังห่างไกลจากคำว่า "จุดสิ้นสุดของปัญหา" แม้โลกจะคาดหวังให้ข้อตกลงนี้ช่วยหยุดยั้งความสูญเสียและฟื้นฟูเสถียรภาพเศรษฐกิจโลกโดยเร็ว

ทว่าตราบใดที่ปืนของทหารในเลบานอนยังไม่ลดระดับลง และความแค้นของกลุ่มฝ่ายขวาในอิสราเอลยังไม่ได้รับการตอบสนอง ดีลหยุดยิงฉบับทรัมป์ก็ยังคงต้องเดินผ่านทุ่งกับดักระเบิดทางภูมิรัฐศาสตร์ ที่พร้อมจะปะทุขึ้นมาทำลายความหวังของมวลมนุษยชาติให้พังทลายลงได้ทุกวินาที

 

 

ถอดรหัสข้อตกลง: สิ่งที่สองฝ่ายตกลงร่วมกันโดยหลักการ


ข้อตกลงนี้ไม่ใช่เพียงแค่การจับมือหยุดยิงชั่วคราว แต่เป็นกรอบโครงสร้างที่แลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระดับยุทธศาสตร์ของทั้งสองฝ่าย ซึ่งมีหัวข้อสำคัญที่เห็นพ้องต้องกันแล้วดังนี้:

 

    •    การยุติการสู้รบในทุกแนวรบโดยทันทีและถาวร: ครอบคลุมไปถึงสถานการณ์ที่ตึงเครียดในเลบานอน ซึ่งเป็นหนึ่งในสมรภูมิพร็อกซี (Proxy War) ที่แหลมคมที่สุด


    •    การเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างสมบูรณ์: สหรัฐฯ ตกลงที่จะยุติการปิดล้อมทางทะเล (Naval Blockade) ต่อท่าเรือของอิหร่านโดยทันที เพื่อเปิดทางให้เส้นทางขนส่งน้ำมันและพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลกกลับมาเดินเรือได้อีกครั้งโดยไม่มีข้อจำกัดหรือการเก็บค่าผ่านทาง


    •    กรอบการควบคุมโครงการนิวเคลียร์: แลกกับการยกเลิกการปิดล้อมและท่าทีที่ผ่อนคลายลงจากชาติตะวันตก อิหร่านตกลงในหลักการที่จะระงับหรือลดระดับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ โดยมีกลุ่มประเทศยุโรป (E4) และ IAEA พร้อมเข้ามาตรวจสอบ


    •    การแยกแยะขั้นตอนการเจรจา: ข้อตกลงระบุให้ลงนามข้อตกลงขั้นต้น (MOU) ในวันศุกร์นี้ก่อน ส่วนการเจรจารายละเอียดปลีกย่อยเชิงเทคนิคจะถูกเลื่อนออกไปอีก 60 วัน หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ปฏิบัติตามพันธกรณีขั้นแรกแล้ว

 

 

 

เสียงสะท้อนจากตัวละครสำคัญ: ความหวัง ชัยชนะ และความขมขื่น

ในซิมโฟนีทางการทูตครั้งนี้ ตัวละครหลักต่างบรรเลงท่วงทำนองที่สะท้อนผลประโยชน์ของตนเองอย่างเด่นชัด ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จนี้ประหนึ่งของขวัญวันเกิดอายุครบ 80 ปีของตนเอง การสั่งเปิดช่องแคบฮอร์มุซทันทีและส่งสัญญาณให้ราคาน้ำมันดิ่งลง เป็นการตอกย้ำภาพลักษณ์ "นักทำดีล" (Dealmaker) ที่ใช้แรงกดดันสูงสุดจนได้ผลลัพธ์ ซึ่งสอดคล้องกับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีที่รีบเคลมว่าค่าเชื้อเพลิงที่ลดลงคือชัยชนะทางเศรษฐกิจของอเมริกันชน

 

ในมุมของเตหะราน คาเซม ฆารีบาบาดี รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศอิหร่าน และกองทัพอิหร่าน แสดงท่าทีประหนึ่งผู้ชนะในเชิงวาทศิลป์ โดยประกาศว่าการยืนหยัดของประชาชนทำให้สหรัฐฯ และอิสราเอลไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง "ยอมจำนน" ขณะเดียวกัน ชาติผู้ไกล่เกลี่ยอย่าง เชห์บาซ ชารีฟ นายกฯ ปากีสถาน และกาตาร์ รวมถึง อันโตนิโอ กูเตอร์เรส เลขาธิการ UN ต่างประสานเสียงยกย่องว่านี่คือ "ก้าวสำคัญ" สู่ความสงบสุข

 

อย่างไรก็ตาม ตัวละครที่กระอักกระอ่วนที่สุดในสมการนี้คือ เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล บทวิเคราะห์ระบุชัดเจนว่าเนทันยาฮูได้ "ตีกรอบขังตัวเอง" ด้วยการขายฝันที่เกินจริงให้แก่สาธารณชนชาวอิสราเอลว่ารัฐบาลอิหร่านจะล่มสลาย และกลุ่มเฮซบอลลาห์ถูกปราบราบคาบตั้งแต่ปลายปี 2024

แต่ความเป็นจริงคือทหารอิสราเอลยังคงหลั่งเลือดจากโดรนราคาถูกในเลบานอนทุกวัน การที่ทรัมป์เดินหน้าทำดีลกับอิหร่านและบังคับกลายๆ ให้อิสราเอลต้องหยุดยิง จึงถูกสื่อฝ่ายขวาของอิสราเอลโจมตีอย่างหนักและตราหน้าว่านี่คือ "ความพ่ายแพ้ทางยุทธศาสตร์" ซึ่งอาจส่งผลให้เนทันยาฮูพ่ายแพ้ในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง

 

 

 

ความเสี่ยงที่ต้องระวัง: เหตุพลิกผันที่อาจทำดีลล่มได้ทุกนาที

แม้น้ำมันดิบ Brent และ WTI จะดิ่งลงรับข่าวดีราว 4-5% สะท้อนว่าตลาดหุ้นขานรับ "ความหวัง" แต่ในความเป็นจริง ดีลนี้เปรียบเสมือนปราสาททรายที่พร้อมพังทลายลงหากมีคลื่นใต้น้ำซัดสาด ดังที่ มาร์ก คิมมิตต์ อดีตนายพลเกษียณของสหรัฐฯได้เตือนไว้ว่ามี "ผู้ขัดขวาง" (Spoilers) ที่พร้อมทำลายกระบวนการนี้

 

    •    การเดินเกมเดี่ยวของอิสราเอล: เมื่อเนทันยาฮูมองว่าดีลนี้คือความพ่ายแพ้ และผลประโยชน์ของอิสราเอลไม่ได้ถูกนับรวมอย่างเท่าเทียม (เช่น เรื่องขีปนาวุธพิสัยไกลของอิหร่านที่ไม่ได้ถูกระบุในดีล) อิสราเอลอาจเลือก "กำหนดเส้นทางของตัวเอง" ด้วยการก่อวินาศกรรมทางทหารหรือไซเบอร์ต่ออิหร่านหรือเลบานอนเพื่อล้มโต๊ะเจรจา


    •    ความไม่แน่นอนของเฮซบอลลาห์: แม้อิหร่านจะเซ็นค้ำประกันการหยุดยิงในเลบานอน แต่กลุ่มเฮซบอลลาห์ภาคสนามยังไม่ได้แถลงยอมรับอย่างเป็นทางการ เหตุปะทะบริเวณชายแดนเพียงครั้งเดียวอาจเป็นชนวนเหตุให้สงครามปะทุขึ้นใหม่


    •    ประวัติศาสตร์ความไม่ไว้วางใจ: ความระแวงระหว่างวอชิงตันและเตหะรานสะสมมานานหลายทศวรรษ การเจรจารายละเอียดนิวเคลียร์ในอีก 60 วันข้างหน้าเต็มไปด้วยกับดักทางเทคนิค หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเบี้ยวพันธกรณี ความผันผวนจะกลับมาสู่ตลาดโลกทันที