เนชั่นทีวี

ข่าว

อียูไฟเขียวคว่ำบาตรกลุ่มขวาจัดอิสราเอล หลังฮังการีเปลี่ยนขั้วร่วมกดดัน

12 พ.ค. 2569

อียูไฟเขียวคว่ำบาตรกลุ่มขวาจัดอิสราเอล หลังฮังการีเปลี่ยนขั้วร่วมกดดัน

สหภาพยุโรปบรรลุข้อตกลงคว่ำบาตรกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่ใช้ความรุนแรงในเวสต์แบงก์ หลังรัฐบาลใหม่ฮังการีให้การสนับสนุน ยุติภาวะชะงักงันทางการทูตที่ยืดเยื้อมานาน

สหภาพยุโรป (EU) บรรลุข้อตกลงครั้งสำคัญในวันจันทร์ที่ผ่านมา (11 พฤษภาคม 2569) ในการออกมาตรการคว่ำบาตรกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลที่มีพฤติกรรมใช้ความรุนแรงต่อชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์ โดยความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นได้หลังจากรัฐบาลชุดใหม่ของฮังการีภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี เปเตอร์ มอยยาร์ (Péter Magyar) ยอมเปลี่ยนจุดยืนมาให้การสนับสนุน ซึ่งถือเป็นการยุติภาวะติดขัดทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน

 

มาตรการที่ครอบคลุม: อายัดทรัพย์สิน-ห้ามเดินทาง

นางคาจา คัลลาส (Kaja Kallas) หัวหน้านโยบายต่างประเทศของอียู ระบุว่าข้อตกลงทางการเมืองในครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่กลุ่มชาวอิสราเอลและองค์กรที่มีแนวคิดสุดโต่งซึ่งก่อความรุนแรง โดยมาตรการประกอบด้วย

  • การอายัดทรัพย์สิน และ การห้ามเดินทางเข้าสู่เขตสหภาพยุโรป

  • การคว่ำบาตรสมาชิกกลุ่มฮามาส (Hamas) เพิ่มเติม ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่บางประเทศสมาชิกเรียกร้องเพื่อแลกกับการยอมรับมาตรการคว่ำบาตรฝั่งอิสราเอล เพื่อรักษาความสมดุลทางการเมือง

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางรายงานจากองค์การสหประชาชาติ (UN) ที่ระบุว่าอิสราเอลกำลังขยายการตั้งถิ่นฐานอย่างผิดกฎหมายและพยายามผนวกดินแดนส่วนใหญ่ของเวสต์แบงก์ ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงสันติภาพออสโลปี 1993

อียูไฟเขียวคว่ำบาตรกลุ่มขวาจัดอิสราเอล หลังฮังการีเปลี่ยนขั้วร่วมกดดัน

ฮังการีเปลี่ยนขั้ว: จาก "ออร์บาน" สู่ "มอยยาร์"

ก่อนหน้านี้ ความพยายามในการคว่ำบาตรของอียูถูกขัดขวางโดยอดีตนายกรัฐมนตรี วิกเตอร์ ออร์บาน ที่ต้องการรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอิสราเอล แต่หลังจากนายเปเตอร์ มอยยาร์ สาบานตนเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีฮังการีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เขาได้ส่งสัญญาณพร้อมให้ความร่วมมือกับแพ็กเกจคว่ำบาตรที่ได้รับเสียงสนับสนุนส่วนใหญ่จากกลุ่มสมาชิกอียู

 

ยกระดับมาตรการทางเศรษฐกิจ: แบนสินค้าจากเขตตั้งถิ่นฐาน

นอกจากการคว่ำบาตรรายบุคคลแล้ว อียูกำลังพิจารณาทางเลือกอื่นที่รุนแรงขึ้น ได้แก่

  • การห้ามนำเข้าสินค้า ที่ผลิตจากพื้นที่ตั้งถิ่นฐานในเขตยึดครอง

  • การตั้งกำแพงภาษีสูงเป็นพิเศษ เพื่อสกัดกั้นการค้าในพื้นที่ดังกล่าวจนไม่สามารถทำกำไรได้ อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ยังทำได้ยาก เนื่องจากต้องอาศัยมติเอกฉันท์หรือเสียงส่วนใหญ่พิเศษจากประเทศสมาชิก ซึ่งเยอรมนีและอิตาลียังคงมีท่าทีลังเล

 

ปฏิกิริยาจากอิสราเอล: "ไม่มีฐานความจริง"

นายกิเดียน ซาร์ (Gideon Sa'ar) รัฐมนตรีต่างประเทศอิสราเอล ออกมาตอบโต้ทันทีโดยระบุว่า มาตรการของอียูเป็นการกระทำที่ "เผด็จการ" และเป็นการลงโทษพลเมืองอิสราเอลเพียงเพราะความเห็นทางการเมืองโดยไม่มีหลักฐาน พร้อมยืนยันว่าชาวยิวมีสิทธิโดยชอบธรรมตามประวัติศาสตร์ในการอาศัยอยู่ในดินแดนที่เป็นหัวใจของบ้านเกิด

อียูไฟเขียวคว่ำบาตรกลุ่มขวาจัดอิสราเอล หลังฮังการีเปลี่ยนขั้วร่วมกดดัน

การที่อียูสามารถข้ามผ่านอุปสรรคทางการทูตจากฮังการีได้ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าความอดทนของยุโรปต่อความรุนแรงในเขตเวสต์แบงก์กำลังสิ้นสุดลง แนวโน้มหลังจากนี้คาดว่าความสัมพันธ์ระหว่างอียูและอิสราเอลจะตึงเครียดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศอย่างสเปนและไอร์แลนด์พยายามผลักดันให้มีการตัดความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจทั้งหมด และต้องจับตาดูว่าท่าทีของเยอรมนีจะเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ หากสถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ทับซ้อนยังคงทวีความรุนแรงขึ้นจนยากจะควบคุมในอนาคตอันใกล้