ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับปฏิบัติการทางทหาร "Project Freedom" ในการคุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าได้รับสัญญาณบวกจากการเจรจาเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับตัวแทนจากกรุงเตหะราน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านไว้อย่างเข้มข้นเพื่อรักษาอำนาจต่อรองสูงสุด
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวทางฝั่งเอเชียก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านรุดเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อกระชับมิตรกับพันธมิตรเบอร์หนึ่งอย่างจีน
นัยสำคัญของการพักรบและจุดยืนของจีน
การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเริ่มถึงขีดจำกัดความอดทนต่อแรงกดดัน โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารข้อความระหว่างสองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ นายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าพบ นายหวัง อี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่จีนกำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
-
ความสัมพันธ์จีน-อิหร่าน: จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน (สัดส่วน 13% ของน้ำมันดิบทางทะเลก่อนความขัดแย้ง) และมองว่าอิหร่านคือหมากตัวสำคัญในการคานอำนาจสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
-
ความท้าทายของปักกิ่ง: จีนพยายามรักษาระยะห่างจากการกระทำของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการรับประกันว่าอิหร่านจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มั่นคง