ทรัมป์สั่งพักปฏิบัติการฮอร์มุซ จับตาข้อตกลงลับสหรัฐ-อิหร่าน
06 พ.ค. 2569

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน: โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งพักโครงการ Freedom ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาคืบหน้า ขณะที่จีนขยับตัวรับ รมว.อิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ต้องจับตา
ข่าว
06 พ.ค. 2569

สรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านรอบวัน: โดนัลด์ ทรัมป์ สั่งพักโครงการ Freedom ในช่องแคบฮอร์มุซ หลังการเจรจาคืบหน้า ขณะที่จีนขยับตัวรับ รมว.อิหร่าน ท่ามกลางวิกฤตพลังงานโลกที่ต้องจับตา
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศระงับปฏิบัติการทางทหาร "Project Freedom" ในการคุ้มกันเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซเป็นการชั่วคราว โดยระบุว่าได้รับสัญญาณบวกจากการเจรจาเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงขั้นสุดท้ายกับตัวแทนจากกรุงเตหะราน อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ ยังคงมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านไว้อย่างเข้มข้นเพื่อรักษาอำนาจต่อรองสูงสุด
ในขณะที่ความเคลื่อนไหวทางฝั่งเอเชียก็น่าสนใจไม่แพ้กัน เมื่อรัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านรุดเยือนกรุงปักกิ่งเพื่อกระชับมิตรกับพันธมิตรเบอร์หนึ่งอย่างจีน
การตัดสินใจของทรัมป์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเริ่มถึงขีดจำกัดความอดทนต่อแรงกดดัน โดยมีปากีสถานทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการสื่อสารข้อความระหว่างสองประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ นายอับบาส อารัคชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเพื่อเข้าพบ นายหวัง อี้ ท่ามกลางสถานการณ์ที่จีนกำลังอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ความสัมพันธ์จีน-อิหร่าน: จีนเป็นผู้ซื้อน้ำมันดิบรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน (สัดส่วน 13% ของน้ำมันดิบทางทะเลก่อนความขัดแย้ง) และมองว่าอิหร่านคือหมากตัวสำคัญในการคานอำนาจสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง
ความท้าทายของปักกิ่ง: จีนพยายามรักษาระยะห่างจากการกระทำของอิหร่านในช่องแคบฮอร์มุซ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องการรับประกันว่าอิหร่านจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มั่นคง
ทางด้านสถาบันประชาธิปไตยอิสราเอล (IDI) เผยผลสำรวจว่า ชาวอิสราเอลส่วนใหญ่ถึงร้อยละ 59 คัดค้านการยุติสงครามกับอิหร่านในขณะนี้ เนื่องจากมองว่ายังไม่ตอบโจทย์ด้านความมั่นคงของชาติอย่างเพียงพอ สอดคล้องกับท่าทีของรัฐมนตรีต่างประเทศเยอรมนีที่สนับสนุนว่าการปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลในเลบานอนตอนใต้เป็นสิ่งที่ "จำเป็น" แต่ต้องระวังผลกระทบต่อพลเรือน
การระงับปฏิบัติการชั่วคราวของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ อาจเป็นเพียงการ "ถอยเพื่อก้าวกระโดด" ในเชิงการทูต หรืออาจเป็นแผนลวงเพื่อประเมินท่าทีจริงของอิหร่าน ท่ามกลางคำถามสำคัญที่ว่า หากข้อตกลงนี้ล้มเหลว โลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตพลังงานและการขนส่งในระดับที่รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ และจีนจะเลือกยืนข้างใครหากสถานการณ์บานปลายไปสู่จุดที่ไม่อาจหวนคืน
แม้ทรัมป์จะใช้ไม้อ่อนในการ "Pause" ปฏิบัติการทางทหาร แต่การคงการปิดล้อมทางทะเล (Blockade) ไว้อย่างเข้มงวดคือการบีบให้อีหร่านต้องเลือกข้าง จุดชี้ชะตา อยู่ที่ผลการหารือระหว่างอีหร่านและจีนในสัปดาห์นี้ หากปักกิ่งไม่สามารถให้หลักประกันที่อีหร่านพอใจได้ เตหะรานอาจเลือกกลับไปใช้กลยุทธ์ "ตาต่อตา ฟันต่อฟัน" ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งจะส่งผลให้ตะวันออกกลางกลับเข้าสู่ภาวะสงครามเต็มรูปแบบอีกครั้ง
ข่าวล่าสุด