เนชั่นทีวี

ข่าว

แฉเครือข่ายทรัมป์ อินไซเดอร์สงครามปั่น 3 ตลาดโลก ฟันกำไรมหาศาล

22 เม.ย. 2569

แฉเครือข่ายทรัมป์ อินไซเดอร์สงครามปั่น 3 ตลาดโลก ฟันกำไรมหาศาล

วิกฤตอิหร่านลามเศรษฐกิจโลก เครือข่ายทรัมป์ถูกตั้งคำถาม ใช้ข้อมูลลับฟันกำไร 3 ตลาดมหาศาล หุ้น-น้ำมันผันผวนหนัก จับตานับถอยหลังชี้ชะตาโลก

22 เมษายน 2569 สงครามอิหร่านที่ลามถึงเศรษฐกิจโลก และการชิงข้อมูลอินไซด์ก่อนการแถลงผลการเจรจาหยุดยิงที่ยังเป็นความลับ เอามาทำกำไรมหาศาล เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามอย่างหนักหน่วงถึง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในห้วงในเวลานี้

 

อ.กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระชาวไทย ซึ่งพำนักอยู่ที่รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เขียนบทความน่าสนใจ เรื่อง “อิสลามาบัด 2.0 : 72 ชั่วโมงชี้ชะตาโลก และแรงเหวี่ยงที่อาจสั่นคลอนเสถียรภาพไทย” รวมถึงให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่อง ไอ้โม่งเครือข่ายทรัมป์ ที่ใช้ข้อมูลสงครามฟันกำไร ว่า

อ.กฤษฎา บุญเรือง

 

โลกในอีก 72 ชั่วโมงข้างหน้า คือ ภาพสะท้อนของการเมืองยุคใหม่ ที่ความมั่นคงของประชาชนถูกนำมาเป็นเบี้ยบนกระดานเพื่อผลประโยชน์ทางการเงินและการเมืองสั้นๆ การเจรจาที่ปากีสถานจึงไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองประเทศ แต่มันคือการวัดใจว่า "ผู้นำโลก" จะเลือกทางรอดของมวลชน หรือจะเลือกเพียงแค่ "ตัวเลขในตลาดหุ้น"

 

สำหรับคนไทย นี่คือเวลาที่ต้องเฝ้าระวัง เพราะพายุลูกนี้ใหญ่เกินกว่าที่ใครจะยืนนิ่งอยู่ได้

 

โลกกำลังกลั้นหายใจรอคอยอย่างเงียบงันในช่วง 24-36 ชั่วโมงข้างหน้า แม้สถานการณ์บนหน้าฉากจะดูเหมือน "ความสงบก่อนพายุใหญ่" แต่ความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้คือเส้นเลือดใหญ่ทางการค้าอย่างช่องแคบฮอร์มุซยังคงถูกปิดตาย และลมหายใจของเศรษฐกิจโลกกำลังถูกฝากไว้กับโต๊ะเจรจารอบที่สอง ณ ประเทศปากีสถาน

ทำเนียบขาวใต้แรงกดดัน : เมื่อ "การเมืองภายใน" บงการ "ภูมิรัฐศาสตร์"

 

วันอาทิตย์ที่ 19 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศในทำเนียบขาวเต็มไปด้วยความตึงเครียดระดับสูงสุด เหตุผลไม่ใช่เพียงแค่ความมั่นคงในตะวันออกกลาง แต่คือ "ตัวเลข" บนกระดานหุ้นวอลล์สตรีทและราคาน้ำมันที่จ่อจะพุ่งทะลุเพดานทันทีที่ตลาดเปิดทำการในเช้าวันจันทร์ที่ 20 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. 

 

การแถลงของประธานาธิบดีทรัมป์ที่ระบุว่า “ทีมเจรจารอบสองของสหรัฐฯ จะเดินทางถึงปากีสถานในเย็นวันจันทร์ (ที่ 20 เมษายน 2569)” จึงไม่ใช่แค่การเดินเกมทางการทูต แต่มันคือการ "ฉีดสเปรย์ดับไฟ" เพื่อประคองความเชื่อมั่นของนักลงทุน สหรัฐฯ ในเวลานี้ไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ชัยชนะทางภูมิรัฐศาสตร์ระยะยาวเป็นลำดับแรก หากแต่กำลังถูกบีบด้วยผลประโยชน์ที่ซับซ้อนภายในประเทศ และความต้องการ “ข่าวดี” มาป้อนตลาดทุนเพื่อหลีกเลี่ยงวิกฤตเศรษฐกิจซ้ำซ้อน

 

เจาะ 3 ตลาด “ไอ้โม่งเครือข่ายทรัมป์” ใช้ข้อมูลสงครามฟันกำไร

 

โดย อ.กฤษฎา ระบุชัดว่า เป็นเรื่องผิดสังเกต และน่าเกลียดอย่างมากที่มีการซื้อหุ้นหรือเทขายหุ้น ตลอดจนการเข้าไปลงทุนในตลาดซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าแบบขนานใหญ่ ก่อนที่ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ จะแสดงท่าทีเกี่ยวกับสงครามอิหร่าน เพียงไม่กี่นาที

 

“ข้อมูลเหล่านี้จะถูกเก็บไปดำเนินคดีแน่นอน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และ สส.เดโมแครต รวมถึง สส.ฝ่ายเดียวกับ ทรัมป์ เองที่ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้”

 

ข้อมูลที่เก็บรวบรวมได้ พบว่า ตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอล เปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีการประกาศเลื่อนการโจมตี หรือเลื่อนการบุกอิหร่าน นับรวมได้ 9 ครั้ง และทุกครั้งมีกลุ่มคนได้ประโยชน์โดยมิชอบจำนวนหนึ่ง ตรวจสอบแล้วเป็นบุคคลหรือเครือข่ายธุรกิจใกล้ชิดประธานาธิบดีทั้งสิ้น

 

โดยตลาดที่เข้าไปทำกำไร มี 3 ตลาดหลักๆ คือ

 

1.ตลาดหุ้น ไม่ว่าขึ้นหรือลง ก็มีคนได้ประโยชน์ทันทีจากคำประกาศของทรัมป์ ซึ่งเชื่อได้ว่า มีข้อมูลภายใน หรือ insider

 

เช่น ทรัมป์ประกาศจะโจมตีอิหร่าน หรือขู่ว่าถ้าไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสหรัฐฯ ก็จะโจมตีทันที มีการโพสต์ด้วยถ้อยคำรุนแรง ขึงขัง ผลก็คือนักลงทุนตกใจ รีบเทขายหุ้น ก็จะมีคนเข้าไปช้อนซื้อบิ๊กล็อต จากนั้นไม่นาน ทรัมป์ก็ประกาศต่อเวลาหยุดยิง เป็นข้อมูลเชิงบวก ก็มีนักลงทุนจำนวนมากกลับไปซื้อหุ้นใหม่ ก็จะมีคนได้กำไรมหาศาลจากเหตุการณ์นี้

 

“คนที่รู้ล่วงหน้า จะทำกำไรมหาศาล ซึ่งเท่าที่มีการตรวจสอบ จะเป็นระยะเวลาประมาณ 20 นาทีก่อนแถลงทุกครั้ง ที่มีแรงซื้อผิดปกติเข้ามา นี่คือสิ่งที่ท้าทายต่อกฎหมายและธรรมาภิบาลอย่างมาก การใช้โซเชียลมีเดีย และโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวทำให้เกิดคอร์รัปชันมูลค่าสูงได้ง่ายๆ”

 

 2.ราคาน้ำมันในตลาดซื้อขายล่วงหน้า

 

ถ้าเป็นข่าวดี ราคาน้ำมันร่วง

 

ถ้าเป็นข่าวร้าย ราคาน้ำมันจะพุ่งสูง

 

ประมาณการว่า ราคาน้ำมันผันผวนขึ้น-ลง 4-10% ก็ทำกำไรมหาศาลแล้ว

 

 3.ตลาดพนัน หรือ  prediction markets ในสหรัฐฯมี 2 แพลตฟอร์มหลักๆ

 

ข้อมูลที่รวบรวมได้คือ จู่ๆ มีคนเปิดแอคเคาท์ใหม่ คราวละหลายพันแอคเคาท์ แล้วไปแทงพนันก่อนที่ทรัมป์จะแถลงเพียงไม่กี่นาที

 

อ.กฤษฎา บอกว่า สส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน เก็บข้อมูลเรื่องนี้เอาไว้หมดแล้ว ฉะนั้นหากมีการเลือกตั้งกลางเทอม แล้วดุลอำนาจในสภาคองเกรสเปลี่ยน พรรคเดโมแครตคุมเสียงข้างมากได้ จะมีการสืบสวนสอบสวนผ่านคณะกรรมาธิการชุดต่างๆ ทันที

 

ข่าวร้ายที่อาจจะทำให้ทรัมป์ตกใจในวันนี้ก็คือ รัฐเวอร์จิเนียมีการลงประชามติ ให้แบ่งเขต สส.ใหม่ ผลออกมาน่าจะทำให้เดโมแครตได้ สส.เพิ่ม 4 ที่นั่ง ทำให้โอกาสพลิกมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสมีสูงมากขึ้นไปอีก ถ้ามีการเลือกตั้งกลางเทอม นี่คือสิ่งที่ทรัมป์กังวลมาก และทำให้เกิดข่าวลือในสหรัฐฯว่า อาจมีการสร้างสถานการณ์บางอย่าง เช่น เปิดสงครามกับจีน เพื่อไม่ให้มีการเลือกตั้งกลางเทอม อ้างว่ามีวิกฤตสงคราม

 

เส้นตาย 20:00 น. กับนาทีทองของ "อินไซเดอร์" เมื่อโลกตกเป็นตัวประกันเกมปั่นน้ำมัน”

 

ตัวอย่างการกวาดผลประโยชน์มหาศาลจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก ด้วยข้อมูล “อินไซเดอร์สงคราม” เชื่อมโยงกับการสื่อสารของ “ประธานาธิบดีทรัมป์”

 

 - เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตลาดพลังงานโลกเมื่อวันอังคารที่ 7 เมษายน 2026 ไม่ใช่การปรับตัวตามกลไกตลาดปกติ แต่มันคือ "มหกรรมเขย่าขวัญ" ที่ถูกกำกับด้วยตัวเลขเวลาและข้อความบนโซเชียลมีเดีย

 

 - ผลคือ สร้างความผันผวนให้ราคาน้ำมันดิบ WTI ดิ่งลงถึง 18% ภายในวันเดียว

 

 - ภาพสะท้อน “ข้อมูลวงใน" (Inside Information) มีมูลค่ามหาศาลในเกมภูมิรัฐศาสตร์

 

เจาะไทม์ไลน์ 7 เมษายน 2026 

 

 - ช่วงเช้า (09:00 - 12:00 น.): บรรยากาศอบอวลด้วยกลิ่นอายสงคราม หลังจากประธานาธิบดีทรัมป์ทวีตคำขู่รุนแรงถึง "จุดจบของอารยธรรม"

 

 - ขีดเส้นตายที่ 20:00 น. โจมตีอย่างรุนแรงที่สุด ส่งผลให้ WTI พุ่งแตะจุดสูงสุดที่ $115.22 นักลงทุนรายย่อยแห่เข้าซื้อด้วยความกลัวว่าราคาจะทะลุ $150 หากสิ้นสุดเส้นตาย

 

 - ช่วงจุดเปลี่ยน (14:00 - 15:00 น.) : เริ่มมีกระแสข่าวลือจากปากีสถานเรื่องแผนหยุดยิง ราคาเริ่มชะงักตัวและทรงตัวอยู่ที่ระดับสูงอย่างผิดสังเกต ราวกับมีกลุ่มทุนใหญ่เริ่ม "ปล่อยของ" ออกมาในมือ

 

 - ช่วงดิ่งนรก (15:00 - 17:00 น.): ทันทีที่ทำเนียบขาวยืนยันการพิจารณาข้อเสนอจากอิหร่าน ราคา WTI รูดจาก $114 ลงมาอยู่ที่ $94.21 ภายในเวลาไม่ถึง 120 นาที

 

 - หลัง 18:00 น.: ตลาดนิ่งสนิทในระดับต่ำ เพื่อเฝ้าดูว่าเส้นตาย 20:00 น. จะถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการหรือไม่

 

ตามรอย "อินไซเดอร์" ในวิกฤตช่องแคบฮอร์มุซ

 

ความผันผวนครั้งนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ แต่มีรูปแบบที่น่าสงสัยซึ่งเกิดขึ้นซ้ำหลายครั้งนับตั้งแต่เดือนมีนาคม

 

1.สัญญาณล่วงหน้า (The Pre-News Spike)

 

 - รายงานจาก Reuters พบกิจกรรมผิดปกติในตลาด Oil Futures เมื่อวันที่ 22 มีนาคม โดยมีการทำธุรกรรมกว่า 580 ล้านดอลลาร์ ภายในเวลาเพียง 60 วินาที ก่อนที่ทรัมป์จะทวีตข่าวดีเรื่องการเจรจาในอีก 15 นาทีต่อมา ส่งผลให้ผู้ที่ "Short" ไว้ล่วงหน้าฟันกำไรมหาศาล

 

2.ความผิดปกติในตลาดพยากรณ์ (Prediction Markets)

 

 - ในแพลตฟอร์มอย่าง Polymarket พบกลุ่มบัญชีนิรนามที่ทำกำไรกว่า 1.2 ล้านดอลลาร์ จากการวางเดิมพันเรื่องการโจมตีในอิหร่านล่วงหน้าเพียงไม่กี่ชั่วโมง สร้างข้อกังขาว่าข้อมูลยุทธศาสตร์ทหารอาจรั่วไหลสู่กลุ่มทุนบางกลุ่ม

 

3.ยุทธศาสตร์ "เส้นตาย"

 

 - การใช้ Deadline 20:00 น. เป็นเครื่องมือสร้างสภาวะ "High-Conviction Trading" หรือการบีบให้ตลาดต้องเลือกข้างด้วยความกลัว

 

นักวิชาการจาก UCLA ตั้งข้อสังเกตว่า จังหวะการแกว่งของราคาที่สัมพันธ์กับคำแถลงที่เลื่อนไปมานั้น บ่งชี้ถึงการรับรู้ข้อมูลสิทธิพิเศษ (Privileged Information) อย่างชัดเจน

 

ผู้รับผิดชอบ...ว่าไง 

 

 - หน่วยงานสำคัญ อาทิ Commodity Futures Trading Commission หรือ คณะกรรมาธิการการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์ (CFTC) และ Securities and Exchange Commission หรือ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (SEC/ก.ล.ต.) ของสหรัฐฯ กำลังเข้าตรวจสอบความโปร่งใสของธรรมาภิบาลตลาดทุน

 

การเจรจาในวันอังคารที่ 21 เมษายน 2569 ถูกวางหมากให้สอดรับกับเส้นตายของข้อตกลงหยุดยิงที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 22 เมษายน 2569 พอดี นี่คือนาฏกรรมทางการเมืองที่ทุกวินาทีมีมูลค่าเป็นพันล้านดอลลาร์

 

อิหร่านกับทางเลือกที่บีบคั้น: ความเกรงใจและกลยุทธ์ซื้อเวลา

 

ในฟากของกรุงเตหะราน การยอมกลับเข้าสู่โต๊ะเจรจาอีกครั้งไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอ แต่เกิดจากภาวะ "ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า" แรงกดดันที่สำคัญที่สุดไม่ใช่จากวอชิงตัน แต่มาจาก "ความเกรงใจต่อจีนและปากีสถาน" ซึ่งเป็นพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจละเลยได้

 

อย่างไรก็ตาม เราต้องมองข้ามเปลือกนอกของการเจรจา สิ่งที่ทั้งสองฝ่าย (สหรัฐฯ-อิสราเอล และ อิหร่าน-พันธมิตร) กำลังทำร่วมกันโดยไม่ได้นัดหมายคือ "การซื้อเวลา" * ฝ่ายตะวันตก: ต้องการประคองสถานการณ์เศรษฐกิจและจัดระเบียบกำลังพลใหม่

 

 • ฝ่ายอิหร่าน: ต้องการเติมคลังแสงและเสริมสร้างความแกร่งทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับการเผชิญหน้าระยะยาว อิหร่านค้นพบพลังการต่อรองที่สูงมากของตนคือภูมิศาสตร์ซึ่งควบคุมช่องแคบอย่างเบ็ดเสร็จและทำให้กล้ายืดเวลาของสงครามออกไปได้อีกนานกว่าผู้รุกรานซึ่งมีพลังแทบทุกด้านสูงกว่า

 

ฉากทัศน์ 36-72 ชั่วโมง: สองแพร่งของมวลมนุษยชาติ

 

ในระยะเวลาอันใกล้นี้ สถานการณ์สามารถพลิกผันได้ออกเป็นสองแนวทางที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง:

 

1. ฉากทัศน์มืดมน (The Conflict Re-ignited)

 

หากการเจรจาล้มเหลว หรือมีการ "ลักไก่" เปิดปฏิบัติการทางทหารระหว่างเจรจาเพื่อสร้างความได้เปรียบ ซึ่งจะเป็นการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงในเลบานอนโดยสิ้นเชิง ผลกระทบจะลุกลามเป็นโดมิโน:

 

 • วิกฤตพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน: เมื่อช่องแคบปิดระยะยาว ไม่ใช่แค่พนักงานขับรถที่จะเดือดร้อน แต่คือวิกฤตปุ๋ย ก๊าซธรรมชาติ และเม็ดพลาสติกทั่วโลก

 

 • มหาอำนาจขยับตัว: จีน อินเดีย และยุโรป จะไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป การแทรกแซงจะเด่นชัดขึ้นจนนำไปสู่ความขัดแย้งหลายขั้ว

 

 • จลาจลทั่วโลก: ค่าครองชีพที่พุ่งสูงจะจุดชนวนความวุ่นวายและการประท้วงในหลายประเทศพร้อมกัน

 

2. ฉากทัศน์แห่งการประนีประนอม (The Managed Peace)

 

หากการเจรจานำมาซึ่ง "ข่าวดี" ที่ปรุงแต่งมาอย่างดี:

 

 • การโฆษณาชวนเชื่อ: สหรัฐฯ จะประกาศชัยชนะว่าสามารถสยบภัยคุกคามนิวเคลียร์ได้ และผู้นำอิหร่านชุดใหม่ "คุยกันได้"

 

 • การปั่นตลาด: ราคาน้ำมันจะถูกดึงลง หุ้นจะพุ่งทะยาน และการเดินเรือผ่านช่องแคบจะกลับมาปกติชั่วคราว เพื่อคืนความมั่งคั่งให้กลุ่มทุนใหญ่

 

ประเทศไทย : แรงกระแทกจากภายนอกสู่พายุภายใน

 

สำหรับประเทศไทย สถานการณ์ในตะวันออกกลางไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็น "ชนวนเหตุ" ที่อาจนำไปสู่วิกฤตการเมืองเฉียบพลัน

 

ในขณะที่รัฐบาลพยายามบริหารประเทศภายใต้สภาวะเศรษฐกิจที่เปราะบาง แรงต้านจากภาคประชาชนกำลังพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุด ปัญหาเดิมอย่าง ระบบความยุติธรรมที่เหลื่อมล้ำและการคอร์รัปชัน เปรียบเสมือนกองฟืนที่แห้งสนิท หากเกิดวิกฤตพลังงานรอบใหม่จากผลพวงของการเจรจาที่ล้มเหลว หรือราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพุ่งสูงเกินรับไหว "ค่าครองชีพ" จะกลายเป็นน้ำมันที่ราดลงบนกองฟืนนั้น

 

"ความโกรธแค้นต่อความอยุติธรรมภายใน ผสมโรงกับความเดือดร้อนจากปัจจัยภายนอก คือสูตรสำเร็จของวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่ไม่มีใครควบคุมได้"

 

หากรัฐบาลไทยยังคงบริหารงานแบบเดิม ไม่เร่งแก้ไขโครงสร้างความเหลื่อมล้ำและโปร่งใส พายุที่กำลังก่อตัวในตะวันออกกลางอาจพัดพาเอากระแสลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่รุนแรงมาสู่ถนนในกรุงเทพฯ อย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

 

แฉเครือข่ายทรัมป์ อินไซเดอร์สงครามปั่น 3 ตลาดโลก ฟันกำไรมหาศาล