นายสีหศักดิ์ ยังเปิดเผยว่า การเยือนครั้งนี้ ยังจะเป็นการเปิดบทใหม่ในความสัมพันธ์ ซึ่งไทยอยากจะมีความร่วมมือในเรื่องของความมั่นคงด้านชายแดน การปราบปรามขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติโดยเฉพาะสแกมเมอร์ และยาเสพติด ที่ทะลักเข้าไปในประเทศไทยมากขึ้น รวมถึงเรื่องมลภาวะทั้งน้ำ และอากาศ จึงอยากจะร่วมมือกัน และเปิดการค้าชายแดนอีกครั้ง เพราะมีความสำคัญกับทั้ง 2 ประเทศ และการค้าชายแดนเป็น 80% ของการค้าทั้งหมดที่ไทยมีกับเมียนมา
นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวถึงสถานการณ์การสู้รบในเมียนมาที่ส่งผลให้เครื่องบินรบของเมียนมาทิ้งระเบิดพลาดข้ามมาที่ฝั่งไทยว่า ตนพยายามอยากให้เมียนมาลดการใช้ความรุนแรงตามแนวชายแดน และอยากให้มีการลดระดับการสู้รบ ซึ่งไทยมองว่า หากยุติได้ก็จะดี โดยเรื่องดังกล่าว เป็นเรื่องของความร่วมมือด้านความมั่นคงระหว่างฝ่ายทหาร ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการเยือนของผู้บัญชาการทหารสูงสุดของไทยที่เมียนมา และมีการประชุมระหว่างฝ่ายทหาร ซึ่งเป็นการประชุมระดับสูงโดยครั้งต่อไป ฝ่ายไทยจะเป็นเจ้าภาพ ซึ่งจะมีการพูดคุยในเรื่องของความมั่นคงชายแดนต่อไป
ส่วนปัญหาฝุ่น PM2.5 ข้ามแดนนั้น นายสีหศักดิ์ ยังย้ำว่า การพบกันในวันนี้ (22 เม.ย.) จะมีการหารือด้วย ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั้ง 3 ประเทศ ทั้งไทย เมียนมา และ สปป.ลาวต้องร่วมมือกัน เพราะเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง และจะเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ตนจะพูดคุยกับทั้งประธานาธิบดี และรองประธานาธิบดีเมียนมา